พิชัย เผย รอรัฐบาลสหรัฐตอบรับข้อเสนอภาษี –ด้านปลัด คลัง คาดได้ข้อสรุปก่อน 1 ส.ค. 68

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาด้านภาษีระหว่างประเทศไทยกับสหรัฐอเมริกา ว่า ขณะนี้ไทยได้จัดส่งข้อเสนอที่รับได้เกือบทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ แล้ว 99.99% ของเนื้อหา ซึ่งทางสหรัฐอเมริกา อยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหาดังกล่าวอย่างเข้มข้น

“หลังจากที่เราส่งข้อเสนอที่ปรับปรุงไป คือส่งในสิ่งที่ที่สหรัฐฯเจาะจงมา แล้วกลับมาดูว่า สิ่งที่เขาเจาะจงมาแล้วก็มาดูว่า จะขยับอะไรได้บ้าง ซึ่งส่งไปหมดแล้ว เหลือแค่รอตาบกลับมา” นายพิชัย กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเสนอลดอัตราภาษีรายการสินค้าเหลือ 0% เพิ่มเติมให้สหรัฐฯหรือไม่ นายพิชัย กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากจะทำให้เกิดปัญหาต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศ โดยหลังจากที่รัฐบาลได้เจรจาตกลงกับสหรัฐได้แล้ว กระบวนต่อไปการจะต้องนำข้อตกลงฉบับนี้ให้สภาฯอนุมัติ อย่างไรก็ตามก็ยังคาดว่าจะได้รับคำตอบจากสหรัฐฯ ก่อนวันที่ 1 ส.ค. 68 นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า มั่นใจว่าไทยจะได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 1 ส.ค. 68 โดยไทยได้ยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมไปแล้ว ซึ่งเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่ไทยสามารถให้ได้ แต่ย้ำว่าไทยไม่ได้เสนอเปิดตลาดนำเข้าเป็น 0% ให้กับสหรัฐฯ ทั้งหมด โดยยังมีสินค้าหลายรายการที่ไทยขอสงวนไว้

ทั้งนี้ ไม่อยากเปรียบเทียบกับกรณีของฟิลิปปินส์ ที่เปิดตลาดให้สหรัฐฯ ทั้งหมดและได้รับอัตราภาษีนำเข้า 19% โดยระบุว่าเงื่อนไขการเจรจาขึ้นอยู่กับบริบทของแต่ละประเทศ ทั้งตลาดและความอ่อนไหวของสินค้า ซึ่งไม่สามารถใช้มาตรฐานเดียวกันได้

“คงต้องรอดู เพราะเป็นเรื่องของการเจรจาต่อรอง ตอนนี้สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อเสนอของไทยอยู่ และยังมีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอเพิ่มเติมกันอยู่ตลอด ซึ่งต้องดูว่าอะไรให้ได้หรือไม่ได้” ปลัดคลัง กล่าว

นายลวรณ กล่าวว่า ฟีดแบ็กจากฝั่งสหรัฐฯ ในขณะนี้ถือว่าค่อนข้างดี แต่อย่างไรก็ดี แม้สหรัฐฯ จะประกาศผลรอบแรกภายในวันที่ 1 ส.ค. นี้ แต่ไทยยังเชื่อว่าการเจรจายังสามารถเดินหน้าต่อไป เพื่อให้ได้อัตราภาษีนำเข้าที่ต่ำลงอีก โดยย้ำว่านี่เป็นเพียงรอบแรกของกระบวนการเจรจาทางการค้าเท่านั้น

สำหรับกรณีที่อาจมีประเทศคู่ค้ารายอื่นของไทยเรียกร้องเงื่อนไขเดียวกับที่ไทยเจรจากับสหรัฐฯ นายลวรณ กล่าวว่า ต้องมาหารือและแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันเป็นรายกรณี เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการเจรจาและข้อตกลงร่วมกันระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน