ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ยกระดับการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับโลก ด้วยแนวคิด ไบโอฟิลเลีย ดีไซน์ พร้อมเปิดตัว สวนลอยฟ้าใจกลางเมือง ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 7 ไร่

วันที่ 4 ส.ค. 2568 น.ส.ละเอียด โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิมานสุริยา จำกัด เปิดเผยว่าในฐานะที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ซึ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วยโรงแรม ที่พักอาศัย ศูนย์การค้าและสำนักงาน ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด ไบโอฟิลเลีย (Biophilia) หรือ ทฤษฎีที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ที่มีผลต่อการทำงานอ้างอิงจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พบว่า ผู้ที่อยู่อาศัยภายในอาคารที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ทั้งวัสดุที่มีพื้นผิวตามธรรมชาติ หรือทัศนียภาพของพื้นที่สีเขียว ส่งผลดีต่อประสิทธิภาพในการทำงาน สามารถสร้างมิติสัมพันธ์ในการบริหารจัดการ ทั้งการแก้ไขปัญหา การให้เหตุผล และการวางแผนได้เพิ่มขึ้น
“เราได้บทสรุปจากการศึกษาและนำมาวางแผนขยายขอบเขตพื้นที่สีเขียวให้เข้ามาในพื้นที่อาคารเพื่อให้ลูกบ้านของโครงการ แขกของโรงแรม ผู้ที่เข้ามาช้อปปิ้ง และพนักงานออฟฟิศ สามารถเข้าถึงและสัมผัสกับธรรมชาติได้ทุกเวลาที่ต้องการ เพื่อลดความเครียดที่เกิดการจากทำงานและไลฟ์สไตล์”น.ส.ละเอียด กล่าว
โดยร่วมกับนักออกแบบผู้เชี่ยวชาญ นำเอา “Biophilic Design” เข้ามาใช้ในการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ผ่านองค์ประกอบของงานสถาปัตยกรรมที่นำเอารูปร่าง ลวดลาย พื้นผิวของธรรมชาติ ภูมิทัศน์สีเขียว วัสดุธรรมชาติ และองค์ประกอบของน้ำ มาใช้ร่วมกันเพื่อทำให้เกิดสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
ช่วยควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่โดยให้ความเย็นตามธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในสภาพอากาศร้อนของกรุงเทพฯ โดยองค์ประกอบเหล่านี้ช่วยเสริมประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเชื่อมโยงกับธรรมชาติได้ลึกซึ้ง แม้อยู่ใจกลางเมือง”
สำหรับประเทศไทย ซึ่งโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค กำลังนำเสนอ Thailand’s Largest Urban Roof Park สวนลอยฟ้าใจกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ขนาดพื้นที่สีเขียว 7 ไร่ (11,200 ตร.ม.) ให้กลายเป็นสวนลอยฟ้าสำหรับคนเมือง มอบทัศนียภาพสีเขียวแบบ Extended Park View ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บนเนินเขา มุมมองที่เชื่อมต่อกับสวนลุมพินีอย่างกลมกลืน
นับเป็นสถานที่แห่งแรกและแห่งเดียวในกรุงเทพมหานคร ที่สามารถรวมทัศนียภาพของสวนลอยฟ้าและสวนลุมพินีเข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ พร้อมยกระดับให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นผ่านการผสานหลักการออกแบบที่เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับธรรมชาติเข้ากับหลักการของระบบนิเวศ (Ecosystem Principles) ซึ่งเป็นระบบของสิ่งมีชีวิตที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทั้งพืช สิ่งมีชีวิต จุลินทรีย์ ที่ทำงานร่วมกับน้ำ ดิน และอากาศ เพื่อรักษาความสมดุลของโลก ผ่านการคัดสรรพรรณไม้ไทยแท้ 100% ที่ช่วยดักฝุ่นพร้อมดึงดูดแมลงที่มีประโยชน์และสัตว์ตัวเล็กตัวน้อย
รวมถึงการสร้างน้ำตก ทำให้พื้นที่แห่งนี้สามารถเสริมสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมโดยรอบได้อย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคุณภาพอากาศ ช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่ และบรรเทาปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง (Urban Heat Island Effect) ผ่านการดูดซับและกักเก็บน้ำฝน
พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนมาใช้งาน อาทิ ระบบ HVAC Optimisation และระบบ Lighting Control ที่ทำงานด้วยมอนิเตอร์ตรวจจับอัตโนมัติ MEP เพื่อให้ปรับไปตามสภาพแวดล้อมภายในอาคารและสภาพแวดล้อมภายนอก ระบบ Solor Roof ระบบ Water Management และ Water Treatment บำบัดน้ำเสียภายในโครงการให้กลับมาใช้ใหม่ เป็นต้น
“เพราะเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของคนเมืองกรุงเทพฯ เราจึงมุ่งมั่นสร้างพื้นที่สีเขียว ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางระบบนิเวศที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ความต้องการของธรรมชาติ แต่ยังเชื่อมโยงมนุษย์กับธรรมชาติ เพื่อให้คนทุกเพศ ทุกวัย สามารถดำเนินชีวิตในเมืองอย่างสมดุล และเข้ามาทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งโซน Food Passage ที่เต็มไปด้วยมีร้านอาหารชื่อดังที่เหมาะสำหรับการรับประทานอาหาร โซน Bird Nest จุดที่ทุกคนสามารถเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ของเมืองกรุงเทพฯ และสวนลุมฯ” น.ส.ละเอียด กล่าว
ทั้งนี้โซน D Garden ที่เชื่อมต่อกับ Residents’ Private Garden ของลูกบ้านของโครงการ Dusit Residences โซนน้ำตกทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็กที่กระจายอยู่รอบสวน โซน Amphitheatre ซึ่งเป็นพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแสดงงานศิลปะ ดนตรี งานภาพยนตร์กลางแจ้ง เวิร์คช็อป และมินิอีเว้นต์ รวมถึงทางเดินไล่ระดับสำหรับชมธรรมชาติ (Natural Trail) เพื่อให้ทุกคนสามารถเดินชมธรรมชาติได้อย่างเพลิดเพลิน ซึ่งความตั้งใจนี้ ไม่ใช่เพียงสร้างเพื่อความร่มรื่นในพื้นที่ให้กับโครงการเท่านั้น แต่จะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ช่วยยกระดับกรุงเทพมหานครให้เป็นเมืองที่มีคุณภาพ เต็มไปด้วยความสุขและสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในระดับโลก
อย่างไรก็ดีสามารถรับชมวิดีโอ Dusit Central Park | Roof Park EP3 Biophilia and Ecosystem ได้ที่ช่องทางออนไลน์ อาทิ Youtube: https://youtu.be/lPgILEp9PGM หรือ Website: https://dusitcentralpark.com/
รวมถึงสามารถร่วมสนุกกับแคมเปญ ‘The Landmark of Thai Pride: Roof Park Naming’ แคมเปญประกวดตั้งชื่อ Roof Park ได้ตั้งแต่วันนี้ – 15 ส.ค.นี้
ผ่านทาง https://dusitcentralpark.com/roofparknamingcampaign ชิงรางวัลรางวัลแพ็คเกจตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักโรงแรมดุสิตธานี เกียวโต ประเทศญี่ปุ่น 3 วัน 2 คืน และรางวัลชมเชย บัตรรับประทานอาหารที่ห้องอาหาร Pavilion โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ มูลค่า 3,000 บาท จำนวน 5 รางวัล โดยประกาศผลบนช่องทาง https://dusitcentralpark.com/roofparknamingcampaign” *ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด