อิมแพ็ค ลงทุนโรงแรมร่วมฮิลตัน อัปเกรดอารีนารองรับไลฟ์ เนชั่น สร้างสวนน้ำ-ช้อปปิ้งมอลล์เสริมพอร์ตไมซ์ ยกระดับสู่จุดหมายปลายทางความบันเทิงระดับโลก ดันรายได้โตเท่าตัวใน 5 ปี

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดเผยว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีอิมแพ็คเมืองทองธานี และสถานีทะเลสาบเมืองทองธานี เปิดให้บริการแล้วตั้งแต่การจัดงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2025 ตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยมียอดผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าเฉลี่ยวันละ 16,000 คน สามารถช่วยลดปริมาณรถยนต์ที่ใช้เดินทางมาได้ถึง 4,000 คัน โดยได้การตอบรรับจากผู้จัดงานและผู้ที่มาชมงานค่อนข้างดี รวมถึงยังมีผลให้อัตราการเช่าพื้นที่ของอิมแพคเมืองทองธานีเพิ่มขึ้น 2-3%

ขณะเดียวกันการที่มีที่พักที่สามารถรองรับผู้มาจัดงานแสดงสินค้าและการประชุม ทำให้บริษัทวางแผนขยายการลงทุนโรงแรมต่อเนื่องจากปัจจุบันที่มีโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค และ โรงแรมไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค รวมแล้วประมาณ 1,000 ห้อง แต่ยังไม่เพียงพอ

เนื่องจากขณะนี้มีหลายงานของต่างประเทศที่สนใจจะมาจัดงาน แต่สุดท้ายแล้วไม่ได้เลือกมาไทย เพราะจำนวนห้องพักที่อยู่ใกล้อิมแพคเมืองทองธานีไม่เพียงพอ โดยงานแสดงสินค้า หรืองานประชุมบางงาน ต้องการห้องพักอย่างน้อย 2,000 ห้อง ที่สามารถเดินถึงได้ ซึ่งปัจจุบันที่พักรอบอิมแพคฯ มีไม่ถึง 2,000 ห้อง

ทำให้ล่าสุดบริษัทเตรียมเซ็นสัญญากับ กลุ่มฮิลตัน เพื่อเข้ามาบริหารโรงแรมที่บริษัทเตรียมจะลงทุนในปีนี้ ประกอบด้วยโรงแรมฮิลตัน ระดับ 5 ดาว ขนาด 300 ห้อง และโรงแรมฮิลตัน การ์เด้นท์ อินน์ ในระดับ 4 ดาว ขนาด 500 ห้อง งบลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท โดยเป็นโรงแรมริมทะเลสาบเมืองทองธานี

สำหรับเงินลงทุนส่วนหนึ่งจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัท รวมถึงการขอสินเชื่อจากธนาคาร และอีกส่วนหนึ่งจะมาจากการขายโรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ อิมแพ็ค และ โรงแรมไอบิส กรุงเทพ อิมแพ็ค เข้า กองรีท หรือ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มขายได้ในช่วงปลายปีนี้ พร้อมวางเป้าหมายภายใน 8 ปี หรือ ปี 2576 จะขยายโรงแรมในพื้นที่อิมแพคเมืองทองธานีให้ได้ 5,000 ห้อง

“บริษัทให้ความสำคัญกับการไม่เพิ่มหุ้นใหม่หากไม่จำเป็น และจะพิจารณาการกู้ยืมหากมีต้นทุนต่ำกว่า เพื่อรักษาราคาหุ้น โดยไทม์ไลน์ในการก่อสร้างโรงแรมแห่งใหม่ คาดว่าจะเริ่มได้ในไตรมาส 1 ปี 2569 และก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปลายปี 2570-ต้นปี 2571” นายพอลล์ กล่าว

พร้อมกันนี้บริษัทยังมีแผนลงทุนต่อเนี่อง โดยเฉพาะช้อปปิ้งมอลล์รอบพื้นที่ทะเลสาบขนาด 2-3 แสนตร.ม. หรือพื้นที่ก่อสร้างประมาณ 100-200 ไร่ จากปัจจุบันมีพื้นที่กว่า 600 ไร่ เพื่อรองรับแผนการขยายห้องพักในโรงแรม โดยจะเป็นการร่วมทุนกับนักลงทุนฮ่องกง ซึ่งล่าสุดบริษัทได้มีการเจรจาไปบ้างแล้ว อีกทั้งยังพบด้วยว่าขณะนี้เริ่มมีกองทุนจากยุโรปมองหาโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชียจำนวนมาก

นอกจากนี้ในส่วนของอิมแพ็ค อารีน่า ซึ่งบริษัทเตรียมจะปรับปรุงครั้งใหญ่ในรอบ 26 ปี ภายใต้งบลงทุน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 300 ล้านบาท เพื่อรองรับการร่วมทุน ไลฟ์เนชั่น ซึ่งเป็นบริษัทบันเทิงสัญชาติอเมริกัน ผู้จัดรายใหญ่ที่ดำเนินการและจัดการการขายบัตรการแสดงสดในระดับสากล (มี 4 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ทิคเก็ตมาสเตอร์, ไลฟ์ เนชั่น คอนเสิร์ต, ฝ่ายจัดการศิลปิน และ ไลฟ์ เนชั่น มีเดีย/สปอนเซอร์ชิป) เพื่อขยายธุรกิจเชิงรุกมากขึ้นโดยเฉพาะในฐานะการเป็นผู้จัดงานเอง

โดยการปรับปรุงดังกล่าวจะไม่กระทบกับการจัดงานคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นเนื่องจาเป็นการทยอยปิดปรับปรุงทีละส่วน แต่ทั้งนี้จะสามารถทำให้บริษัทมีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่รวมถึงรายได้จากการจัดงานเองเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากการจัดงานเองยังอยู่ในระดับ 5-8% ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนให้ได้อย่างน้อยเป็น 30-50%

“ปีนี้บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของอิมแพ็คในฐานะจุดหมายปลายทางด้านความบันเทิงระดับโลกได้เป็นอย่างดี รวมถึงส่งผลให้ในปี 2568 มีการเติบโตของรายได้ที่ดี หรือกว่า 4,000 ล้านบาท และตั้งเป้าหมายว่าในปี 2573 จะมีรายได้แตะ 9,000 ล้านบาท”

นายพอล กล่าวและว่าในส่วนของโครงการเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ คอมเพล็กซ์ หรือคาสิโน ที่ขณะนี้รัฐบาลชะลอออกไปไม่มีกำหนด จากเป้าหมายเดิมที่บริษัทให้ความสนใจแต่ในเมื่องไม่สามารถเร่งให้เกิดเร็วขึ้นได้ โดยบริษัทไม่สามารถรอได้ แต่บริษัทพยายามทำเท่าที่ทำได้

โดยเฉพาะในส่วนของแผนการลงทุนสวนน้ำ ริมทะเลสาบ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทมีแผนร่วมทุนกับแซนเดอร์สัน กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสร้างธีมปาร์ค โดยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Disney Seas ในกรุงโตเกียว

และ Universal Studios แต่ภายหลังประสบปัญหาล้มละลาย ซึ่งขณะนี้บริษัทได้นำมาปรับแผนใหม่โดยลดขนาดของสวนน้ำให้เล็กลง และมีการลงทุนเองทั้งหมด โดยจะมีการเปิดเผยรายละเอียดในครั้งต่อไป ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างประสบการณ์การเข้าพักโรงแรมโดยรอบอิมแพคเมืองทองธานีด้วย

นอกจากนี้ในส่วนของพื้นที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ซึ่ง บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ อิมแพค เมืองทอง ได้ให้ การกีฬาแห่งประเทศไทย เช่าพื้นที่ 30 ปี โดยจะสิ้นสุดสัญญาในปี 2570 เบื้องต้นบริษัทจะปรับปรุงโดยจะเปลี่ยนพื้นที่สนามฟุตบอลทั้งหมด ส่วนรายละเอียดโครงการ บริษัทยังมีเวลาในการศึกษาและพิจารณาอีก 3 ปี

นายพอลล์ ยังกล่าวด้วยว่าบริษัทตั้งเป้าหมายจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านธุรกิจไมซ์ (MICE) ของเอเชีย และเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานประชุม ธุรกิจ และความบันเทิงที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลก ทิศทางจากนี้ไป จะเดินหน้าขยายธุรกิจเชิงรุกมากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัท ควบคู่กับการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ที่สำคัญในภูมิภาค

สำหรับภาพรวมครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (ม.ค.-มิ.ย. 2568) มีแนวโน้มการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง ยอดจัดงานรวมอยู่ที่ 341 งาน แบ่งเป็น ประชุม สัมมนา 167 งาน อินเซนทีฟ 16 งาน ประชุมขนาดใหญ่ (Convention) 5 งาน คอนเสิร์ตไทย คอนเสิร์ตต่างประเทศ 41 งาน เอ็กซิบิชั่นระดับนานาชาติ 33 งาน งานแต่งงาน 58 งาน และงานเลี้ยงสังสรรค์ 21 งาน

ขณะที่จำนวนการจองพื้นที่ช่วงครึ่งปีหลัง (ก.ค.-ธ.ค. 2568) มียอดจองกว่า 300 งาน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีไฮไลต์สำคัญ ๆ เช่น SUMMER SONIC BANGKOK 2025 (23-24 ส.ค.68) BIG BAD WOLF BOOKS (7-17 ส.ค.68) ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี (9-17 ส.ค.68) Tyler, The Creator – CHROMAKOPIA :THE WORLD TOUR (16 ก.ย.68)

งานแสดงสินค้าสวนสนุกและแหล่งท่องเที่ยวประเทศไทย (15-17 ต.ค.68) MARIAH CAREY The Celebration of Mimi (11 ต.ค.68) ลอย ริม เลค (1-5 พ.ย.68) มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42
(29 พ.ย.-10 ธ.ค.68) เทศกาล EDM ระดับโลก Creamfields Asia 2025 (13-14 ธ.ค.68)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน