หลังจากตลาดนักท่องเที่ยวจีนเผชิญภาวะชะลอตัวอย่างหนักจากปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย หลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับดาราจีน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) หรือแอตต้า จึงได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย (โรดโชว์) ภายใต้ชื่อ “TAT & ATTA Roadshow to China 2025” ระหว่างวันที่ 27 ก.ค.-2 ส.ค.2568 ที่ผ่านมา
โดยนำผู้ประกอบการทั้งโรงแรม บริษัทนำเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว (Buyer) ของไทยจำนวน 50 บริษัทเดินทางไปโรดโชว์ยัง 3 เมืองใหญ่ของจีน ซึ่งทุกเมืองได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ประกอบการนำเที่ยว (Seller) ของจีนและเข้าร่วมงานมากกว่า 300 รายต่อเมือง

อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการแอตต้า ระบุว่าปีนี้แอตต้าได้จัดขึ้นใน 3 เมืองใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่ เมืองฉงชิ่ง-มหานครที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน 1 ใน 4 ของนครปกครองโดยตรงของรัฐบาลกลางของมณฑลเสฉวน ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของแผ่นดินใหญ่ รองจากเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้นและกวางโจว
มหานครฉงชิ่ง จึงนับเป็นเขตเศรษฐกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ มีประชากรกว่า 30 ล้านคน มีความเจริญด้านการท่องเที่ยวสูง เนื่องจากมีประชากรไม่น้อยในจำนวนนี้ เป็นแฟนพันธุ์แท้ ‘ทะเล’ ประเทศไทย เนื่องจากฉงชิ่งไม่มีทะเล
เมืองหลานโจว-เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของมณฑลกานซู่ ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีประชากรกว่า 3 ล้านคน เป็นเขตเมืองที่กำลังเติบโตและมีอุตสาหกรรมด้านพลังงานใหม่ เช่น พลังงานสีเขียว น้ำมัน เหมืองแร่ เป็นต้น กำลังถูกพัฒนาให้เป็นแหล่งเศรษฐีใหม่
ในช่วงหน้าหนาวอากาศจะเย็นจัด อุณหภูมิติดลบ 15-25 องศาเซลเซียส ประชากรต้องออกเดินทางไปต่างประเทศ หรือไปเที่ยวในเมืองอื่นของจีนที่มีความอบอุ่นกว่า ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีสายการบินเปิดเส้นทางบินตรงและเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (Charter Flight) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ปกติคนโซนนี้จะนิยมไปเที่ยวเกาะไหหลำ แต่ค่าใช้จ่ายจะแพงกว่าเที่ยวไทยมาก

เมืองหางโจว-เมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียงและเป็นเมืองเก่าแก่ 1 ใน 6 ของจีน ซึ่งปัจจุบันถือเป็นเมืองที่อยู่ในเขตภาคตะวันออกที่ได้รับการพัฒนาอย่างสูงสุดแล้ว ทำให้หางโจวเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองดิจิทัลไร้สายครอบคลุมถึงทางหลวงและทุกตรอกเล็กซอยน้อย มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน และนิยมออกเดินทางเที่ยวต่างประเทศ
นับได้ว่าคนทั้ง 3 เมืองนี้ถือเป็นเมืองระดับ 2 เป็นเป้าหมายหลัก เป็นเมืองยอดนิยมของคนไทยและคนจีนที่เดินทางท่องเที่ยวระหว่างกัน จึงเชื่อว่าจะเป็นตลาดที่ไทยยังมีโอกาสค่อนข้างมาก เห็นได้จากครึ่งแรกของปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตถึง 30% ที่สำคัญรัฐบาลจีนมีนโยบายออกพาสปอร์ตใหม่ให้ประชาชนประมาณ 21 ล้านเล่ม เป็นโอกาสที่ไทยจะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ออกเดินทางครั้งแรก (First Visit) ตามเป้าหมายของภาคการท่องเที่ยวไทยด้วย
“เราหวังว่าอย่างน้อยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้น่าจะเห็นตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนกลับมาอย่างชัดเจน รวมทั้งเห็นการกลับมาของนักเดินทางกลุ่มกรุ๊ปทัวร์มีสัดส่วนสักประมาณ 30% ของตลาดรวม จากที่ผ่านมาลดลงไปเหลือเพียงแค่ประมาณ 20% คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปีนี้น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน”

ธนพล ชีวรัตนพร
นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมแอตต้า มั่นใจว่าผลจากการโรดโชว์ครั้งนี้จะกระตุ้นกลุ่มเป้าหมายกรุ๊ปทัวร์และเที่ยวบินเช่าเหมาลำจากมณฑลต่างๆ ทยอยเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นในเดือนส.ค.นี้ ประกอบกับรัฐบาลมีงบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำผ่าน ททท. 350 ล้านบาท เที่ยวบินละ 350,000 บาท จำนวน 1,000 เที่ยวบิน ในส่วนนี้จะมาจากจีน 70% คิดเป็นนักท่องเที่ยวจีน 150,000 คน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้งบสนับสนุน 150 ล้านบาท กลุ่มที่เดินทางในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์และสนับสนุนนักท่องเที่ยวกลุ่มประชุมสัมมนาที่มีขนาด 30 คนขึ้นไป พักเกิน 4 คืน จำนวน 1,000 บาทต่อคน จำนวน 150,000 คน เพื่อกระตุ้นการเดินทางแบบ Group Incentive เจาะกลุ่มประชุมสัมมนาและท่องเที่ยวแคมป์ฤดูร้อน ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีการใช้จ่ายสูง มาจากตลาดจีน 50% หรือประมาณ 75,000 คน

ประกอบกับช่วงต้นปี 2569 บริษัทแอมเวย์จากประเทศจีนได้คัดเลือกกรุงเทพมหานครของประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุม Amway 2026 โดยปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 13,000 คน ทยอยเดินทางเข้ามาในไทยช่วงระหว่างวันที่ 5 มี.ค.-6 เม.ย.2569
และในช่วงเดือน ต.ค.2569 ประเทศไทยยังได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งเป็นงานประชุมใหญ่ระดับโลก เป็นปัจจัยบวกตอกย้ำความปลอดภัยและความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวในไทยออกไปสู่สายตาทั่วโลกได้เป็นอย่างดี
“งบที่รัฐบาลให้การสนับสนุน จะช่วยให้เอเยนต์ทัวร์มีเครื่องมือทำการตลาดมากขึ้น รวมกับปัจจัยบวกข้างต้น เชื่อว่าจะทำให้บรรยากาศการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนกลับมาคึกคักขึ้นได้อีกครั้งแน่นอน แอตต้าจึงมีความหวังว่าในปี 2569 จะเห็นนักท่องเที่ยวจีนมาไทยแตะระดับ 9 ล้านคน เทียบจากที่เคยมาไทยสูงสุดปี 2562 ที่ 10.9 ล้านคนได้”
ด้าน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. มองภาพรวมตลาดท่องเที่ยวว่า ขณะนี้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยมีสัญญาณดีต่อเนื่องและได้ก้าวผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังรัฐบาลทำโครงการ “สวัสดี หนีห่าว” เมื่อปลายเดือนพ.ค.2568 ปัจจุบันพบว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยเฉลี่ย 13,000-15,000 คนต่อวัน ผ่านระดับที่เคยลดลงต่ำสุดแล้วที่ 5,600 คนต่อวัน

ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์
เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับตลาดนักท่องเที่ยวจีนอย่างมาก ล่าสุดได้เปิดช่องทางพิเศษเข้าเมืองที่ท่าอากาศยานหลัก สุวรรณภูมิ ดอนเมือง ภูเก็ต เชียงใหม่ เพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ททท.มีแผนขับเคลื่อนตลาดจีนต่อเนื่อง
โดยร่วมกับสมาคมโรงแรมไทย (THA) ออกตราสัญลักษณ์ Trusted Thailand สำหรับโรงแรมที่ติดตั้งระบบกล้อง CCTV สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย มีบริการภาษาจีน บริการขนส่งมาตรฐาน ฯลฯ ในเดือนส.ค.นี้
โครงการ Nihao Month ให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือพาสปอร์ตจีน โครงการ Thailand Summer Blast ส่งเสริมตลาดการขาย ขับเคลื่อนธุรกิจให้ผู้ประกอบการไทยและจีน ลากยาวในเดือน ก.ย.-ธ.ค.2568 อาทิ มอบของที่ระลึกซอฟต์พาวเวอร์ให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาในช่วงวันหยุดยาว (Golden week) ช่วงต้นเดือนต.ค.นี้
โดยร่วมกับสถานทูตจีนในไทยจัดฉลองคืนไหว้พระจันทร์ (26 ต.ค.) ทำแคมเปญส่งเสริมการขายร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า ให้สิทธิประโยชน์นักท่องเที่ยวที่ถือพาสปอร์ตจีนตลอด 4 เดือนท้ายปี 2568
น.ส.ภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท.กล่าวเสริมว่า ททท. ยังมุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเมืองรองที่นิยมเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ เพื่อสื่อสารว่าไทยมีความปลอดภัยและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เราคาดหวังว่ามาตรการเหล่านี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้มีการเดินทางมาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากพื้นที่เทียร์ 2-3 ตอบโจทย์เชิงจำนวน คาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน
ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจีนเห็นตรงกันว่า หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงในไทย นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเพิ่มขึ้น 70-80% ของปีก่อนโควิดภายในปลายปีหน้าและไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งแน่นอน
พรพิมล แย้มประชา