AWC เปิดแล้ว “Jurassic World: The Experience” แห่งแรกของโลกที่ เอเชียทีค ภายใต้งบลงทุนกว่า 1,400 ล้าน หวังช่วยบู๊สการท่องเที่ยวกลับมาคึกคัก

วันที่ 9 สิงหาคม 2568 นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น หรือ AWC เปิดเผยว่า ขณะนี้ “Jurassic World: The Experience” (จูราสสิค เวิลด์: ดิ เอ็กซ์พีเรียนซ์) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.นี้ ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น ภายใต้งบลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นแห่งแรกของโลก ด้วยพื้นที่รวมกว่า 10,000 ตร.ม.

“Jurassic World: The Experience เป็นร่วมมือกับบริษัทระดับโลก คือ NEON ผู้นำระดับโลกด้านประสบการณ์เสมือนจริงแบบอิมเมอร์ซีฟและ Universal Destinations & Experiences โดยเป็นความร่วมมือกันในระยะยาวในสัญญา 8 ปี บวกอีก 8 ปี

เพื่อนำประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟที่ยิ่งใหญ่ใหม่ล่าสุดของโลกมาสู่ประเทศไทย ที่โครงการ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สถานที่ท่องเที่ยวระดับแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อร่วมสร้างจุดหมายปลายทางแห่งใหม่ให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย” นางวัลลภากล่าว

นางวัลลภา กล่าวว่า นับตั้งแต่เปิดพรีเซลจนถึงปัจจุบัน มียอดจองเต็มช่วงสุดสัปดาห์ และวันหยุด ถือว่าเป็นตอบรับเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ มั่นใจจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว ทั้งในกรุงเทพ และประเทศไทย ได้อย่างยั่งยืน แม้ว่าตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้การท่องเที่ยวไทยชะลอตัว แต่เชื่อว่าการบู๊สกิจกรรมใหม่ๆ จะช่วยโปรโมทให้การท่องเที่ยวไทยคึกคักขึ้น

พร้อมกันนี้ในส่วนของโครงการ เอเชียทีคฯ เอง คาดว่าจะทำให้มีผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นแน่นอน โดยตั้งเป้าจะมีผู้ใช้บริการเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 อยู่ที่ 50,000 คนต่อวัน ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันธรรมดาที่ 30,000 คนต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 20,000 คนต่อวัน

สำหรับราคาบัตรเริ่มต้นที่ 579 บาท สำหรับเด็กอายุ 3-10 ปี และ 769 บาท สำหรับผู้ใหญ่ หรือเด็กอายุตั้งแต่ 11 ปีขึ้นไป ภายใน Jurassic World: The Experience ประกอบด้วย 10 โซน ได้แก่

โซน 1. Origins of Wonder ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ก้าวเข้าสู่ศูนย์ต้อนรับอันยิ่งใหญ่ตระการตา ที่ซึ่งความ มหัศจรรย์ของเกาะอิสลา นูบลาร์ กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านภาพและเสียงอันสมจริงราวกับหลุดเข้าไปในโลกภาพยนตร์

โซน 2. Arrival at Isla Nublar เดินทางสู่เกาะ อิสลา นูบลาร์ความตื่นเต้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณเดินทางมาถึงเกาะอิสลา นูบลาร์ กับประตูทางเข้า Jurassic World อันเป็นเอกลักษณ์ที่ตั้งตระหง่านพร้อมต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกที่เหล่าไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์กลับขึ้นมาโลดแล่นอีกครั้ง

โซน 3. A Close Encounter with Giants เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งโลกล้านปี เหนือยอดไม้สูงเสียดฟ้า คุณจะได้สัมผัสช่วงเวลาสุดระทึกเมื่อได้เผชิญหน้ากับ บราคิโอซอรัส (Brachiosaurus) ร่างยักษ์ที่เคลื่อนไหวอย่างสง่างามท่ามกลางสายหมอก และเบื้องล่างยังมีแขกพิเศษอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่พร้อมปรากฏตัวขึ้นในช่วงเวลาการให้อาหาร

โซน 4. The Petting Zoo สัมผัสไดโนเสาร์รุ่นเยาว์ โอกาสพิเศษที่คุณจะได้ใกล้ชิดกับเหล่าสมาชิกวัยเยาว์ ตั้งแต่ลูกไดโนเสาร์จอมซนที่กำลังทดสอบความแข็งแรงของตัวเอง ไปจนถึงเจ้าตัวน้อยขี้เล่นวัยอยากรู้อยากเห็นที่กำลังเรียนรู้โลกใบใหม่ ประสบการณ์ที่จะพาคุณโลดแล่นเข้าสู่ความมหัศจรรย์ของ Jurassic World

โซน 5. The Predator Pavilion ดินแดนนักล่าดึกดำบรรพ์บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อคุณก้าวเข้าสู่พื้นที่ของเหล่านักล่าแห่งโลกล้านปี ดินแดนของไดโนเสาร์กินเนื้อที่น่าเกรงขามที่สุดของ Jurassic World ที่แม้คุณอาจจะเคยเห็น เวโลซีแรปเตอร์ (Velociraptor) มาแล้วในจอภาพยนตร์ แต่ก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับการเผชิญหน้าตัวจริงได้เลย

โซน 6. The Observation Deck จุดชมวิว หอสังเกตการณ์สุดไฮเทคค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าสู่ป่าดงดิบหนาทึบ ที่ซึ่ง อินโดไมนัส เร็กซ์ (Indominus rex) นักล่าสุดอันตรายกำลังเคลื่อนไหวและเฝ้ามองคุณอยู่ จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้เกิดขึ้น หนทางรอดเดียวคือต้องหนีเท่านั้น!

โซน 7. A Fight for Survival ผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงสัญญาณเตือนดังกึกก้องทั่วผืนป่าในขณะที่คุณกำลังเดินลัดเลาะผ่านช่องทางซ่อมบำรุงแคบ ๆ เสียงคำรามอันทรงพลังสะท้อนไปทั่วทางเดินจนรู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงสันหลัง ก่อนที่ คาร์โนทอรัส(Carnotaurus) จะพุ่งเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวจนคุณต้องวิ่งหนีเอาตัวรอด

โซน 8. Lost in the Jungle หลงในป่าดงดิบ ลัดเลาะเอาชีวิตรอดจนมาสู่ใจกลางป่าดงดิบอันมืดมิด พบกับเศษซากจากอดีตกับป้าย Jurassic Park ที่หลงเหลืออยู่และรถจี๊ปที่ถูกเถาวัลย์ปกคลุมจนเกือบมิด ความเงียบอันน่าขนลุกปกคลุมไปทั่วผืนป่า จนกระทั่ง ไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) ก้าวออกมา พร้อมกับแผงคอสีสันสดใสที่กางออกเสมือนงูแผ่แม่เบี้ย

โซน 9. Caged Up กรงปริศนา กรงนกยักษ์สูงเสียดฟ้าปรากฏอยู่เบื้องหน้า เงาของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ร่อนผ่านม่านหมอกที่ปกคลุมอยู่เหนือหัว ในขณะที่เสียงกรีดร้องดังขึ้น เทอราโนดอน (Pteranodon) พุ่งชนผนังกรง จะงอยปากเฉียดขอบแผงกั้นห่างจากคุณไปเพียงไม่กี่นิ้ว ในขณะที่ สไตกิโมล็อค (Stygimoloch)ยืนจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความอยากรู้อยากเห็นก่อนพ่นลมหายใจเสียงแหลมใส่

โซน 10. The Final Escape การหลบหนีครั้งสุดท้าย ห้องวิจัยที่ดูปลอดภัยอาจให้ความอุ่นใจได้เพียงไม่นาน เสียงฝีเท้าอันน่าเกรงขามของ ทีเร็กซ์ (T. rex) กำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามาทุกขณะ ราชินีแห่งไดโนเสาร์ส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่วป่าก่อนที่ประตูทางออกจะปิดลงทันเวลาอย่างหวุดหวิด Refuge – At Last รอดชีวิตในที่สุด

หลังจากผู้เข้าชมได้เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งยุคดึกดำบรรพ์ สบตากับตำนานที่ยังมีชีวิต และรอดพ้นจากการผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจมาได้ นี่คือประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุณจะไม่มีวันลืมกับความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ใช้เวลารังสรรค์ขึ้นกว่า 65 ล้านปี สุดท้ายจะเป็นร้านขายของที่ระลึก Jurassic World: The Experience Retail Store เลือกซื้อของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์แท้เฉพาะของ Jurassic World

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน