ครม.เห็นชอบ อนุมัติเงิน 200 ล้านบาท จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร ให้ อ.ส.ค. รับซื้อ น้ำนมดิบ หลังทั้งต้นทุนภาคเกษตรและการผลิตปรับตัวสูงขึ้น
วันที่ 19 ส.ค. 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กู้ยืมเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร (กองทุน) จำนวน 200 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินงาน 3 ปี (ปี 2568 ช่วงเดือนส.ค.-ธ.ค. จนถึงปี 2571) โดยอนุมัติจัดสรรเงินจากกองทุนฯ ให้ อ.ส.ค. กู้ยืมเงินเพื่อซื้อ น้ำนมดิบ ตามที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ
ทั้งนี้ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาด้านเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กำลังการซื้อของผู้บริโภคลดลงและยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อีกทั้งต้นทุนภาคเกษตรและการผลิตมีการปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีการปรับราคาน้ำนมดิบของเกษตรกรที่สูงขึ้น
สอดคล้องกับต้นทุน ส่งผลให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมนมภาคเอกชนหันไปใช้สินค้าทดแทนที่มีราคาต่ำกว่าน้ำนมดิบ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ทำให้เกษตรกรไม่สามารถจำหน่ายผลผลิตน้ำนมดิบที่มีอยู่ทั้งหมดได้ ทำให้มีน้ำนมดิบเหลือและไม่มีแหล่งจำหน่าย จนเกิดปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนของเกษตรกร
โดยมีกำหนดชำระคืนภายใน 3 ปี ระยะเวลาในการดำเนินโครงการ ปี 2568-2571 อัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อรวบรวมและรับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคนมในเขตพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของ อ.ส.ค. ตามมติคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกรครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 10 มิ.ย.2568
สำหรับใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการรวบรวมและรับซื้อน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในเขตพื้นที่ส่งเสริมการเลี้ยงโคนมของ อ.ส.ค. ทั้ง 5 สำนักงานภาค (ภาคกลาง (สระบุรี) ภาคใต้ (ประจวบคีรีขันธ์) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ขอนแก่น) ภาคเหนือตอนบน (เชียงใหม่) ภาคเหนือตอนล่าง สุโขทัย)
”ตั้งเป้าหมายครอบคลุม 37 สหกรณ์สมาชิก 2,960 ราย ปริมาณ 8,792,000 กิโลกรัม ราคา 22.75 บาท ต่อ 1 รอบการผลิตเกษตรกรในโครงการสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ปีละ 5 รอบการผลิต จำนวนรวม 43,960,000 กิโลกรัม ระยะเวลา 3 ปี จำนวนรวมทั้งสิ้น 131,880,000 กิโลกรัม วงเงิน 200,018,000 บาท ซึ่งในส่วนที่เกินมาอีก 18,000 บาท จะใช้เงินรายได้ของ อ.ส.ค.“