AMATAV เผยผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก กำไรสุทธิ 93 ล้านบาท เดินหน้าขยายพื้นที่รองรับลงทุนครึ่งปีหลัง ตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้แตะ 6,000 ล้านบาท
นางสมหะทัย พานิชชีวะ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) AMATAV เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2568 แม้บริษัทต้องเผชิญแรงกดดันจากรายได้สาธารณูปโภคที่ลดลง รวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากนโยบายภาษีของสหรัฐ บริษัทจึงได้วางแผนรับมือ โดยมุ่งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุนและการลงทุนให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ส่งผลให้บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจหลักให้อยู่ที่ 20.99% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 15.55%

ขณะเดียวกัน ยังสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทร่วมได้เพิ่มขึ้น 32.35% คิดเป็น 4.82 ล้านบาท โดยบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวม 128.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.82% ตามการขยายตัวของโครงการและยอดขาย สินทรัพย์รวม ณ สิ้นเดือนมิ.ย.2568 อยู่ที่ 13,564 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปีก่อน 8.31% ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,693 ล้านบาท ลดลง 10.18% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.31 เท่า ยังคงอยู่ในระดับเหมาะสมต่อการขยายธุรกิจในอนาคต
นายสุขุม พิทยาพิบูลพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน AMATAV กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 68 (สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2568) มีรายได้รวม 1,983 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 18% มีกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท ลดลง 6% โดยแบ่งเป็นรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 628 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% รายได้จากสาธารณูปโภค 1,311 ล้านบาท ลดลง 31% โดยสาเหตุหลักมาจากลูกค้ามีการใช้สาธารณูปโภคจากนิคม อมตะซิตี้ ลองถั่น (ACHL) ลดลง รายได้จากการให้เช่า 14 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2% และรายได้อื่น 6.36 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 15.73%

สำหรับครึ่งปีหลัง AMATAV ยังคงเดินหน้ากลยุทธ์การขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ พร้อมต่อยอดโครงการใหม่ที่จังหวัดกว๋างจิ (Quang Tri) ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ของเวียดนาม
โดยปี 2568 บริษัทตั้งเป้ายอดขายที่ดินไว้ที่ 500 ไร่ และเป้ารายได้รวมที่ 6,000 ล้านบาท จากครึ่งปีแรกทำยอดขายที่ดินได้แล้ว 20% ของเป้าหมาย มั่นใจว่าครึ่งปีหลังจะมีทิศทางที่ดีขึ้น จากความต้องการลงทุนที่ยังคงไหลเข้าเวียดนามต่อเนื่อง
ทั้งนี้ เพื่อรองรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่ไหลเข้าเวียดนามครึ่งปีแรกสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยมีสิงคโปร์ เกาหลีใต้ และจีน เป็นนักลงทุนหลัก สะท้อนศักยภาพของเวียดนามในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของภูมิภาค
อีกทั้งนโยบายปรับโครงสร้างการบริหารและการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลยังเอื้อต่อการดึงดูดเอฟดีไอ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ AMATAV ในระยะยาว ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามยังเป็นบวก โดยครึ่งปีแรกเศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 7.52% สูงที่สุดตั้งแต่ปี 2554 โดยเฉพาะภาคการผลิตและก่อสร้างที่โตมากกว่า 8% และภาคบริการที่โต 8.14%