เปิดอย่างยิ่งใหญ่สำหรับโปรเจ็กต์ “Jurassic World : The Experience” (จูราสสิค เวิลด์ : ดิ เอ็กซ์พีเรียนซ์) แห่งแรกของประเทศไทย และครั้งแรกของโลกบนพื้นที่รวมกว่า 10,000 ตร.ม. ที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น
แม่แหล็กใหม่ของกรุงเทพฯ และประเทศไทยในการดึงดูด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกกับการเปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบใหม่ๆ
และได้มีโอกาส พูดคุยกับเจ้าของโปรเจ็กต์ ทายาทของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดีเจ้าของอาณาจักรไทยเบฟ “วัลลภา ไตรโสรัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของบริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AWC พร้อมด้วย รอน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท NEON และเจอรัลด์ เรนส์ รองประธานอาวุโส ฝ่าย Location-Based Experiences บริษัท Universal Destinations & Experiences ในงานวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
โปรเจ็กต์ยักษ์ร่วมมือกับบริษัทระดับโลก
วัลลภาเล่าว่า “Jurassic World : The Experience” (จูราสสิค เวิลด์ : ดิ เอ็กซ์พีเรียนซ์) เป็นความตั้งใจที่เกิดจากความร่วมมือของ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยที่มุ่งเน้นตอบสนองไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร กับบริษัทระดับโลก NEON ผู้นำระดับโลกด้านประสบการณ์เสมือนจริงแบบอิมเมอร์ซีฟ ผนึกกับยักษ์ใหญ่ Universal Destinations & Experiences จากสหรัฐอเมริกา ภายใต้งบลงทุนกว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นแห่งแรกของโลก ด้วยพื้นที่รวมกว่า 10,000 ตร.ม.

วัลลภา ไตรโสรัส และผู้ว่าททท.
เนื่องจากกรุงเทพฯ และประเทศไทยเป็นท็อปเดสติเนชั่นของโลก ทำให้ทั้ง 2 พันธมิตรระดับโลก เลือกที่จะนำประสบการณ์ระดับโลกอย่าง “Jurassic World : The Experience” มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเลือกที่เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ของ AWC ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับแลนด์มาร์กริมแม่น้ำเจ้าพระยาใจกลางกรุงเทพฯ เพื่อร่วมสร้างจุดหมายปลายทาง แห่งใหม่ให้กับกรุงเทพฯ และประเทศไทย โดยเบื้องต้นเป็นความร่วมมือกันในระยะยาวในสัญญา 8 ปี บวกอีก 8 ปี
วัลลภากล่าวว่า “Jurassic World : The Experience” จะเป็นรูปแบบประสบการณ์ครบวงจรระยะยาว ที่ผสมผสานความบันเทิงระดับโลก การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมเข้าด้วยกันอย่างครบถ้วน ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แฟรนไชส์ระดับโลกอย่าง Jurassic World จาก Universal Pictures และ Amblin Entertainment โดยผสมผสานวิทยาศาสตร์และการเรียนรู้เข้ากับความบันเทิงระดับโลก

ดังนั้นผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจระหว่างการเดินทางสำรวจความมหัศจรรย์ของเกาะ Isla Nublar (อิสลา นูบลาร์) ท่ามกลางฝูงไดโนเสาร์แอนิเมทรอนิกส์ เสมือนจริงและฉากจำลอง ที่ได้จากฉากในภาพยนตร์ Jurassic World กับการหลบหลีกและเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่อยากให้ทุกคนมาสัมผัสด้วยตนเอง เพราะเชื่อว่า Jurassic World : The Experience จะเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของแหล่งท่องเที่ยวที่ห้ามพลาดของกรุงเทพฯ และของประเทศไทยสำหรับ นักเดินทางและทุกคนในครอบครัวได้อย่างแน่นอน
มั่นใจช่วยบูสต์ท่องเที่ยวไทย
วัลลภากล่าวต่อว่า โปรเจ็กต์นี้ถือเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวและความบันเทิงรูปแบบอิมเมอร์ซีฟที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก นับตั้งแต่เปิดพรีเซลจนถึงปัจจุบัน มียอดจองเต็มช่วงสุดสัปดาห์ และวันหยุด ถือว่าเป็นการตอบรับเกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
จึงมั่นใจจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ รวมถึงภาพรวมการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน แม้ว่าตั้งแต่ช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้เป็นต้นมา ภาคการท่องเที่ยวไทยชะลอตัว แต่เชื่อว่าการบูสต์กิจกรรมใหม่ๆ จะช่วยโปรโมตให้การท่องเที่ยวไทยคึกคักขึ้นได้
พร้อมกันนี้ในส่วนของโครงการเอเชียทีคฯ เอง คาดว่าจะทำให้มีผู้เข้าใช้บริการเพิ่มขึ้นแน่นอน โดยตั้งเป้าจะมีผู้ใช้บริการเท่ากับช่วงก่อนเกิดโควิด-19 อยู่ที่ 50,000 คนต่อวัน ในช่วงเสาร์-อาทิตย์ และวันธรรมดาที่ 30,000 คนต่อวัน จากปัจจุบันอยู่ที่ 20,000 คนต่อวัน

“AWC มุ่งมั่นในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก ที่ซึ่งการท่องเที่ยวและความยั่งยืนสามารถเติบโตไปด้วยกัน โดยความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ AWC ในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลกจากรุ่นสู่รุ่นผ่านการสร้างจุดหมายปลายทางที่ผสมผสานแนวคิดด้านนวัตกรรมและความยั่งยืนเข้ากับประสบการณ์ด้านความบันเทิงอย่างลงตัว”
ปักหมุดไทยจุดหมายปลายทางโลก
รอน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท NEON กล่าวว่า “NEON เรามุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมความบันเทิงแบบเสมือนจริงอย่างไร้ขีดจำกัด ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรสำคัญอย่าง Universal Destinations & Experiences และ AWC โดย Jurassic World : The Experience คือผลลัพธ์ยิ่งใหญ่ที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่เรามีร่วมกัน ในการนำเสนอปรากฏการณ์ระดับโลกครั้งนี้มาสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ให้กับนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศไทย รวมถึงทั่วโลก ได้เข้ามาผจญภัยและสัมผัสประสบการณ์อันน่าทึ่งของ Jurassic World อย่างใกล้ชิดพร้อมกันผ่านประสบการณ์ Get Closer”
เจอรัลด์ เรนส์ รองประธานอาวุโส ฝ่าย Location-Based Experiences บริษัท Universal Destinations & Experiences กล่าวว่า ไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นจุดหมายปลายทางของทั่วโลก การเปิดตัวในไทยครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ขยายจักรวาล จูราสสิคและถือเป็นอีกก้าวสำคัญในกลยุทธ์การเติบโต ผ่านการนำเสนอแบรนด์ Universal สู่กลุ่มผู้ชมใหม่ในตลาดใหม่ผ่านแนวคิดและประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร
แลนด์มาร์กใหม่ท่องเที่ยวไทย
“Jurassic World : The Experience” เปิดให้เที่ยวชมได้ ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น. ราคาบัตรเริ่มต้นที่ 579 บาท สำหรับเด็กอายุ 3-10 ขวบ และ 769 บาท สำหรับผู้ใหญ่ หรือเด็กอายุตั้งแต่ 11 ขวบขึ้นไป ภายในประกอบด้วย 10 โซน ได้แก่

ผู้บริหาร และผู้ว่าฯ กทม.
โซน 1 Origins of Wonder ต้นกำเนิดแห่งความมหัศจรรย์ของเกาะอิสลา นูบลาร์ โซน 2 Arrival at Isla Nublar เดินทางสู่เกาะอิสลา นูบลาร์ กับประตูทางเข้า Jurassic World ต้อนรับทุกคนเข้าสู่โลกไดโนเสาร์ดึกดำบรรพ์ โซน 3 A Close Encounter with Giants เผชิญหน้ากับยักษ์ใหญ่แห่งโลกล้านปี บราคิโอ ซอรัส (Brachiosaurus) โซน 4 The Petting Zoo สัมผัสไดโนเสาร์รุ่นเยาว์ โซน 5 The Predator Pavilion เข้าสู่พื้นที่ของเหล่านักล่าแห่งโลกล้านปี ดินแดนของไดโนเสาร์กินเนื้อ
โซน 6 The Observation Deck จุดชมวิว เข้าสู่ป่าดงดิบหนาทึบ ที่ซึ่ง อินโดไมนัส เร็กซ์ (Indominus rex) นักล่าสุดอันตรายกำลังเคลื่อนไหวและเฝ้ามองอยู่ โซน 7 A Fight for Survival การผจญภัยเพื่อเอาชีวิตรอด เมื่อต้องเจอกับคาร์โนทอรัส (Carnotaurus)
โซน 8 Lost in the Jungle จุดพบกับเศษซากจากอดีตกับป้าย Jurassic Park ที่หลงเหลืออยู่และรถจี๊ปที่จะพบเจอไดโลโฟซอรัส (Dilophosaurus) โซน 9 Caged Up กรงปริศนา กรงนกยักษ์ เทอราโนดอน (Pteranodon) ในขณะที่สไตกิโมล็อก (Stygimoloch) ยืนจ้อง และโซน 10 The Final Escape การหลบหนีครั้งสุดท้ายที่พบเจอทีเร็กซ์ (T.rex)

ตลอดจนมีร้านขายของที่ระลึก สินค้าลิขสิทธิ์แท้เฉพาะของ Jurassic World พร้อมยังมีร้านอาหารธีมอิมเมอร์ซีฟเป็นครั้งแรก กับห้องอาหาร Jurassic World : The Experience Fossil & Flame Restaurant ซึ่งจะเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
วัลลภากล่าวทิ้งทายว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก
และเป็นศูนย์กลางของการจัดงานอีเวนต์ ผ่านการมอบประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนการเติบโตให้กับการท่องเที่ยว สร้างงานในภาคอุตสาหกรรมการบริการ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับท้องถิ่นโดยรอบจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากทั่วทั้งภูมิภาค”
การสร้างแหล่งเที่ยวใหม่ครั้งนี้ น่าจะช่วยแก้โจทย์ให้กับวิกฤตการท่องเที่ยวไทย และช่วยขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยให้เติบโตได้ต่อเนื่องและยั่งยืน