KTC เผย 7 เดือน ยอดใช้บัตรหมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ โต 3% คาดสิ้นปีแตะ 6% เกือบ 1 หมื่นล้านบาท จับมือ กัลฟ์ เอสซีจี โฮมโปร เปิดตัวแคมเปญ “เซฟคุณ เซฟโลก” ติดโซลาร์รูฟในครัวเรือน ดอกเบี้ย 0%

วันที่ 28 ส.ค. 2568 นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต หมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เปิดเผยว่า การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเคทีซีในหมวดบ้านและเฟอร์นิเจอร์ครอบคลุมโซลาร์รูฟ ใน 7 เดือนที่ผ่านมาเปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีแนวโน้มที่ยังเติบโตสูงขึ้น 3% โดยคาดการณ์จนถึงสิ้นปีนี้ น่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 6% หรือเกือบ 10,000 ล้านบาท
โดยร่วมกับพันธมิตรภาคธุรกิจ เปิดแคมเปญ “เซฟคุณ เซฟโลก” เพื่อช่วยให้สมาชิกบัตรเครดิต KTC เข้าถึง และรับความรู้ความเข้
นอกจากนี้ ยังสนับสนุนสิทธิพิเศษสำหรับสิ
พร้อมกันนี้ KTC ยังได้ร่วมกับกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน และ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO จัดเสวนา KTC Fit Talk ในหัวข้อ “Power from Home, Power for the Future” เพื่อผลักดันการใช้พลั
สร้างความตระหนักรู้และแลกเปลี่
ทั้งนี้ น.ส.จารุวรรณ พิพัฒน์พุทธพันธ์ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มติดตามและประเมินผล กองพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่าคาดการณ์ปี 2568 การใช้ไฟฟ้าของไทยจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2.2 ล้านหน่วย ซึ่งประมาณ 30% เป็นการใช้ไฟฟ้าภาคครัวเรือน หรือราว 6.6 แสนหน่วย
อย่างไรก็ดีปัจจุบันภาครัฐส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน โดยเฉดพาะจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซล ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2568 ครม.ได้มีมติอนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษี (ปี 2568-2570) สูงสุด 200,000 บาท สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ กำลังผลิตไฟฟ้าไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ เพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์ ลูฟท็อป (Solar rooftop) สำหรับบ้านที่อยู่อาศัย โดยคาดว่าจะประกาศใช้ในปลายปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนที่มีการใช้จ่ายค่าไฟฟ้าเกิน 2,000 บาท/เดือน สนใจเข้ามาใช้สิทธิ์ดังกล่าว
ขณะที่น.ส.อำนวยพร ประกอบนพเก้า กรรมการผู้จัดการ GULF1 และ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ GULF ในเครือ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า GULF มีเป้าหมายลงทุนพลังงานหมุนเวียนให้ได้มากกว่า 40% หรือ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 10,000 เมกะวัตต์ (MW) จากกำลังการผลิตทั้งหมด 23,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2578 จากปัจจุบันมีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน 10% หรือ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,000 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิตทั้งหมดในปัจจุบันที่ 10,000 เมกะวัตต์ และ มุ่งสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี 2593
ทั้งนี้ GULF1 และ แบรนด์โซลาร์บ้านครบวงจร “วันอาทิตย์” จึงมีแผนงานที่ชัดเจนในการทำให้พลังงานสะอาดอย่างโซลาร์รูฟท็อปเป็นเรื่องที่ตัดสินใจง่ายสำหรับทุกครัวเรือน มีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและงานติดตั้งที่ได้มาตรฐาน ผู้ใช้งานสามารถดูข้อมูลการประหยัดไฟได้แบบเรียลไทม์ แบรนด์ “วันอาทิตย์” ไม่ได้เป็นแค่โซลาร์บ้าน แต่เป็นโซลูชั่นที่จะช่วยเติมความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวที่ได้ทำกิจกรรรมร่วมกันได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลกับค่าไฟ
อีกทั้งเนื่องด้วย GULF เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ ซึ่งมีธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ AIS ทำให้มีช่องทางในการเข้าถึงฐานลูกค้าผ่าน AIS Shop ทั่วประเทศ นอกจากนี้กัลฟ์ ยังได้เป็นพันธมิตรร่วมทุนกับ ธนาคารกรุงไทย เพื่อเข้าสู่ธุรกิจเวอร์ชวลแบงก์ ดังนั้นการได้พันธมิตรที่หลากหลาย โดยเฉพาะ KTC ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านการเงิน นำเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่หลากหลาย ทำให้การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมีความคุ้มค่าในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นในการส่งมอบโซลาร์รูฟท็อปที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และ คุ้มค่าสำหรับทุกคน
ทางด้านนายเกริก ยิ้มพรพิพัฒน์ผล Smart Residential Director บริษัท เอสซีจี ลีฟวิง แอนด์ เฮาส์ซิง โซลูชัน จำกัด กล่าวว่า SCG มีวิสัยทัศน์ชัดเจนในการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 โดยมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ยังมุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับทุกครอบครัวในระดับบ้านพักอาศัย โดยเฉพาะ SCG Solar Roof ที่ช่วยผลิตไฟฟ้าใช้เอง โดยมีแพลตฟอร์ม ONNEX by SCG ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงานและสุขภาพ รวมถึง ONNEX Active Air Flow ที่ระบายความร้อน และ ทำให้บ้านเย็นสบายขึ้น และ ONNEX Active Air Quality ที่เติมอากาศสะอาด กรองฝุ่น และ มลพิษ เพื่อสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย และ เพื่อให้เจ้าของบ้านสะดวกที่สุด จึงมี Smart Living plus application แอปเดียวที่รวมเอาทุกอุปกรณ์ของ Onnex เข้าด้วยกัน เหมือนมีผู้ช่วยคอยดูแลบ้าน ทำให้การอยู่อาศัยทั้งสบายขึ้น ฉลาดขึ้น และ มั่นใจได้มากขึ้น
ขณะที่นายรักพงศ์ อรุณวัฒนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ กลยุทธ์และความยั่งยืนองค์กร บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO กล่าวว่าเมื่อปี 2567 โฮมโปรได้เปิดตัวโครงการ “แลกเก่าเพื่อโลกใหม่” เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง โดยให้ลูกค้านำสินค้าที่บริษัทกำหนดซึ่งปัจจุบันมีกว่า 8,000 รายการ มาแลกรับส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าใหม่ โดยที่โฮมโปร จะนำสินค้าเก่าไปรีไซเคิลเป็นสินค้าใหม่ และนำกลับมาวางจำหน่ายในหมวดสินค้ารักษ์โลก หรือ Circular Products ซึ่งได้การตอบรับจากลูกค้าค่อนข้างดี ทั้งนี้บริษัทมีเป้าหมายภายในปี 2578 จะมีสินค้าในหมวดรักษ์โลกในสัดส่วน 20% จากปัจจุบันมีเพียง 1%