เจ้าของร้านโชห่วย ชี้การเมืองสุญญากาศไม่มีผลต่อยอดขาย โอดยอดค้าขาย ย้ำแย่สุดๆแล้ว หวังได้รัฐบาลอยู่ยาวๆ
นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์การค้าในช่วงการเมืองสุญญากาศว่า สำหรับค้าปลีกค้าส่งกลุ่มเอสเอ็มอี และรายย่อย(โชห่วย) กำลังซื้อติดลบหากเทียบเดือนต่อเดือน และฝืดเคืองอยู่แล้ว ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
วันนี้การเมืองเปลี่ยนอย่างไร ก็ไม่มีผลเพราะแย่กันมานานแล้ว ที่เหลือซื้อเพื่อจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะมาตรการที่รัฐบาลออกมาในช่วงที่ผ่านมา ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อ และเพิ่มการค้าของโชห่วย หรือ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจรากหญ้า เนื่องจากมาตรการหรือกติกาที่รัฐกำหนดออกมาก่อนหน้านี้ ส่งผลดีต่อธุรกิจใหญ่มากกว่ากลาง และรายย่อย
นั่นหมายถึง มาตรการที่รัฐก่อนออกมาไม่ได้ตอบโจทย์ต่อเศรษฐกิจ ยิ่งไตรมาส3 การเมืองเปลี่ยนขั้วและสุญญากาศต่อการตัดสินใจอะไรที่จะมีผลต่อเศรษฐกิจ ส่วนตัวมองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวเหลือ 0% หรือบวกไม่เกิน 1% ก่อนจะดีขึ้นเล็กน้อยในไตรมาส4 เพราะมีกำลังซื้อเกิดตามเทศกาลปีใหม่ และกิจกรรมต่างๆ
นายสมชาย กล่าวว่า วันนี้ประเทศไทยต้องการรัฐบาล ที่มองเห็นถึงปัญหาแท้จริง และ คิดใหม่ทำใหม่ต่อการออกมาตรการ หรือกติกาเชิงนโยบายของรัฐบาล ที่ไม่ใช่การทำแบบเดียวกัน เหมือนการให้ยาก็ควรให้ยาตรงกับอาการ หรือ การแข่งขันยกน้ำหนัก ขนาด 100 กก. 70 กก. หรือ 5. กก. ก็มีกติตการที่แตกต่าง
แต่ที่ผ่านมามาตรการกระตุ้น และช่วยเหลือจะกว้านเหมือนกัน เมื่อคนหรือผู้ประกอบการเข้มแข็งไม่เท่ากัน ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร อย่างค้าส่งของตนในเขตกรุงเทพฯ ยอดลดลงมาก แม้ใช้ระบบออนไลน์ก็ทดแทนได้ไม่หมด เพื่อประคองธุรกิจก็ใช้การสลับวันหยุด และลดค่าใช้จ่าย
” ส่วนตัวบุคคลของรัฐบาลใหม่ จากที่พูดคุยกับผู้ประกอบการ อยากให้ยุบสภาแล้วเลือกตั้งใหม่ และน่าจะส่งต่อความเชื่อมั่น ต่อเสถียรภาพทางการเมืองมากกว่า ได้บุคคลเดิมๆ ที่มองว่าอาจได้นโยบาย และวิธีการทำงานแบบเดิมๆ
แต่อย่างไร ประเทศก็ต้องการได้รัฐบาลและครม.เข้าบริหารประเทศโดยเร็วที่สุด เพราะยังมีหลายเรื่องขอการแก้ไข ทั้งภาษีทรัมป์ การส่งออก การค้าชายแดน เบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 เริ่มตุลาคมนี้ หรือกำลังเข้าไตรมาส4 ต้องเตรียมกิจกรรมระดับชาติ เช่น ฉลองปีใหม่ กระตุ้นท่องเที่ยว อีกทั้งอยากได้รัฐบาลที่อยู่บริหารประเทศได้นานๆไม่แค่ 2-3 ปีก็ไป ” นายสมชาย กล่าว
นายสมชาย กล่าวว่า ตอนนี้เศรษฐกิจ และการค้าแย่ลง และรุนแรง จะเห็นค้าปลีกค้าส่งแข่งดัมพ์ราคา หรือจัดโปร ซื้อ1แถม 1 อยากเตือนดูเรื่องวันหมดอายุของสินค้านั้นๆด้วย ตอนนี้สังเกตเห็นถึงการแข่งขันระบายสินค้า ซึ่งเป็นการนำสินค้าใกล้หมดอายุที่ค้างสต๊อก จากการส่งออกตามชายแดนไม่ได้ ส่งออกลดลง และกำลังซื้อต่ำมากในปีนี้ ดังนั้นควรซื้อแค่พอใช้
เพราะอย่างไรของใหม่ก็ต้องผลิตออกมา เชื่อว่าหลังจากร้านค้า และค้าปลีกบางแห่งระบายสินค้าค้างสต๊อกหมด ก็จะปิดตัวลงปิดสาขา ซึ่งวิกฤตปิดสาขากำลังเริ่มขึ้น และรุนแรงยาวนานตั้งแต่ปีหน้า ” นายสมชาย กล่าว