ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยตลาดทุนไทยเผชิญความท้าทายสำคัญ ต้องปรับตัวเพื่อเป็นกลไกสร้างธุรกิจและอุตสาหกรรมอนาคต หลังการลงทุนรวมลดฮวบเหลือ 20% ของ GDP ขณะต่างชาติส่งสัญญาณพร้อมกลับมาลงทุน หากไทยเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา “Transforming Thailand ปรับโฉมไทย สู่อนาคตและความยั่งยืน” จัดโดย TNN ช่อง 16 ในโอกาสครบรอบ 18 ปี ว่าตลาดทุนไทยกำลังเผชิญความท้าทายสำคัญว่าจะสามารถพัฒนาเป็นกลไกสร้างธุรกิจใหม่และอุตสาหกรรมอนาคตได้จริงหรือไม่ ยกตัวอย่างถ้าเทียบกับตลาดสหรัฐอเมริกา ตลอด 25 ปีที่ผ่านมา รายชื่อบริษัทชั้นนำเปลี่ยนไปกว่า 80–90% จากเดิมที่เป็นธุรกิจดั้งเดิม กลายเป็นบริษัทเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ขณะที่บริษัทแรกของไทยไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซึ่งถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทยที่ต้องกลับมาพิจารณา

พร้อมให้ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบที่ชี้ให้เห็นว่า เมื่อสองทศวรรษก่อน สัดส่วนการลงทุนรวมของไทยทั้งจากภาครัฐและเอกชนเคยสูงถึง 40% ของ GDP แต่ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 20% สถานการณ์นี้สะท้อนการชะลอตัวที่น่ากังวล จึงจำเป็นต้องเร่งมาตรการกระตุ้นเพื่อฟื้นฟูการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ที่มีศักยภาพแข่งขันในระดับโลก

นายอัสสเดช กล่าวด้วยว่าสำหรับบทบาทตลาดหลักทรัพย์ ก็จะต้องกลับมาดูว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจใหม่ๆ เติบโตเป็นอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศไทยได้ เช่น การรวบรวมข้อมูลจากทางหอการค้าไทย ที่มีกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่เรียกว่า YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) ซึ่งสามารถนำมาเชื่อมต่อตลาดทุน เพื่อผลักดันให้ธุรกิจนี้เติบโตดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้น

นายอัสสเดช ยังกล่าวถึงผลสำรวจจากในงานไทยแลนด์โฟกัส เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ระบุว่าเสียงสะท้อนจากนักลงทุนต่างชาติและกองทุนรายใหญ่ คาดหวังให้ประเทศไทยเดินหน้าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง พร้อมคาดหวังว่ารัฐบาลและเอกชนจะสร้างโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ทำให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ได้มากขึ้น ไม่ใช่เพียงการพึ่งพาธุรกิจเดิมที่อาจไม่ตอบโจทย์อนาคต

“ช่วงที่ผ่านมานักลงทุนต่างประเทศเริ่มกลับมาซื้อตลาดทุนมากขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากความแน่นอนทางด้านการค้ามากขึ้นและความพร้อมในการฟอร์มรัฐบาลใหม่ ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า ตลาดทุนของเราถูก ผลตอบแทนดี ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงอยากหาแนวทางเพื่อดึงดูดให้เงินทุนกลับเข้ามาในไทยในระยะยาวขึ้น”

นายอัสสเดช กล่าวและว่าแม้ตลาดทุนไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่หากนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนสามารถเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ความมั่นใจจากทั้งในและต่างประเทศก็จะกลับมา และจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยปลดล็อกศักยภาพของประเทศได้ในที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน