สศก.ชี้สินค้าเกษตรไทยแข่งได้ แม้เจอแรงกดดันด้านภาษีภาษีทรัมป์ ครึ่งปีแรก 2568 หดตัว 4.21% แนะเร่งเจรจา–หาตลาดใหม่ อาหารสัตว์ดี๊ด๊า ลุ้นกุ้งเสียบแทนอินเดีย
วันที่ 14 ก.ย.2568 นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาษีตอบโต้ 19% หรือ ภาษีทรัมป์ เป็นการสร้างเงื่อนไขข้อแลกเปลี่ยนทางภาษีกับทุกประเทศทั่วโลก ที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา และช่วงปี 2565-2567 ไทยได้ดุลการค้ากับสหรัฐอเมริกา เฉลี่ยปีละ 1.08 ล้านล้านบาท โดยได้ดุลการค้าสินค้าเกษตรเฉลี่ยปีละ 121,630 ล้านบาท
แม้ไทยได้รับภาษีตอบโต้ 19% คงมีศักยภาพในการแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสินค้าที่เป็นคู่แข่งของไทยจากประเทศอาเซียน และได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศที่ถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราสูงแต่ขณะนี้รายละเอียดในการเจรจา ยังคงอยู่ในชั้นตอนเชิงเทคนิคตามข้อตกลง
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมแผนรับมือผลกระทบจากการภาษีตอบโต้ 19% ของสหรัฐ โดยย้ำหลักการปกป้องเกษตรกรไทย พร้อมกำหนดแนวทางทั้ง ระยะสั้นและระยะยาว เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพด้านราคาผลผลิต โดย ระยะสั้น รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ 8 มาตรการสำคัญ ได้แก่
1.พัฒนามาตรฐานการผลิตและคุณภาพสินค้า ให้อยู่ในระดับสากล เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ
2.วางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการตลาด ลดปัญหาผลิตเกินหรือไม่ตรงความต้องการ
3.ปรับโครงสร้างการผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทาน
4.เร่งเจรจาเปิดตลาดสินค้าที่ไทยมีศักยภาพ โดยเน้นสินค้าที่ไม่อ่อนไหวและเป็นวัตถุดิบที่ไทยต้องใช้ในประเทศ พร้อมอำนวยความสะดวกทางการค้า
5.หาพันธมิตรการค้าใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งตลาดใดตลาดหนึ่ง และเพิ่มความหลากหลายของวัตถุดิบ/สินค้านำเข้า
6.ใช้เครือข่ายสำนักงานที่ปรึกษาเกษตรต่างประเทศ เพื่อติดตามปัญหา หาทางออก และหาตลาดใหม่
7.พึ่งตลาดภายในประเทศมากขึ้น พร้อมออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคสินค้าเกษตรในประเทศ
8.ขอความร่วมมือผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบในประเทศก่อน เพื่อช่วยเกษตรกรไทยและลดผลกระทบภาคเกษตร
สำหรับแผนรับมือ ระยะยาว ภาครัฐเตรียม 2 แนวทางหลัก ได้แก่ 1.เฝ้าระวังและหามาตรการรองรับการทะลักของสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการสวมสิทธิ์หลีกเลี่ยงภาษี ที่อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นสินค้าไทย 2.ติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้าอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมวิเคราะห์และหาแนวทางรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
นอกจากนี้จะกระทบกับราคาสินค้าเกษตรของไทยในอนาคต เนื่องจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ จะส่งผลให้ไทยสามารถส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ ลดลงจากเดิม เนื่องจากสินค้ามีราคาเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ สินค้าไทยบางรายการที่มีศักยภาพอาจรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดไว้ได้ และบางรายการ ที่ประเทศคู่แข่งถูกเรียกเก็บภาษีต่างตอบแทนในอัตราที่สูงกว่าไทย ไทยอาจแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดจากกลุ่มประเทศเหล่านั้น
โดยเฉพาะสินค้าจีนและประเทศอาเซียนที่มีสินค้าในลักษณะใกล้เคียงกัน ธุรกิจอาหารสัตว์เป็นธุรกิจที่จะมีโอกาสเติบโตภายใต้สถานการณ์นี้ โดยข้อมูลจากทีมเจรจาฯ ที่นำโดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (นายพิชัย ชุณหวชิร) จะมีการเปิดตลาดให้กับสินค้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ได้แหล่งวัตถุดิบที่มีราคาถูกลง
และ สินค้าประมง อาทิ กุ้ง มีโอกาสส่งออกไปสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนการส่งออกของอินเดีย ที่โดนเรียกเก็บภาษีในอัตรา 50% ซึ่งจะส่งผลให้ต่อราคาของสินค้าส่งออกดังกล่าว
สำหรับการเปิดตลาดสินค้าเกษตรกับสหรัฐฯ ไม่ได้เป็นการเปิดกว้างแบบเสรี แต่เป็น การเลือกเปิดในกลุ่มสินค้าที่ไทยขาดแคลนหรือสหรัฐฯ ไม่มีข้อได้เปรียบไทยยังวางมาตรการป้องกันผลกระทบล่วงหน้า เพื่อไม่ให้เกษตรกรเสียประโยชน์ ทั้งในรูปแบบ การช่วยเหลือด้านราคาและการตลาด การยึดมาตรการด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช เป็น เกราะป้องกันทั้งเพื่อผู้บริโภคในประเทศ และเพื่อคงมาตรฐานการค้าระหว่างประเทศ
ที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังคงยืนยันในหลักการสำคัญเพื่อปกป้องภาคเกษตรของประเทศอย่างที่สุด ส่วนการส่งออกสินค้าเกษตรไทย ช่วงปี 2565–2567 มูลค่าเฉลี่ย 1.72 ล้านล้านบาท/ปี อัตราขยายตัวเฉลี่ย 3.52% ช่วง 6 เดือนแรก ปี 2568 (ม.ค.–มิ.ย.) มูลค่าการส่งออก 894,493 ล้านบาท หดตัว 4.21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2567 ที่ผ่านมา
ในปี 2567 การค้าสินค้าเกษตรไทยมีมูลค่ารวม 2.53 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 1.80 ล้านล้านบาท สัดส่วน 71.24% และมูลค่าการนำเข้า 7.29 แสนล้านบาท สัดส่วน 28.76% ช่วงเดือนม.ค. – มิ.ย. 2568 การค้าสินค้าเกษตรไทยมีมูลค่ารวม 1.26 ล้านล้านบาท โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 8.94 แสนล้านบาท สัดส่วน 70.84% และมูลค่าการนำเข้า 3.68 แสนล้านบาท สัดส่วน 29.16%
เมื่อเทียบมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรที่ไทยส่งออกและมูลค่าสินค้าเกษตรที่ไทยนำเข้าในปี 2567 จะพบว่ามีมูลค่าต่างกันกว่า 1.07 ล้านล้านบาท มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรคิดเป็นประมาณ 2.5 เท่าของมูลค่าการนำเข้าสินค้าเกษตร