บีโอไอ จับมือ อว. นำทัพเยือนสหรัฐ พบบริษัทผู้นำเซมิคอนดักเตอร์ของโลก ตั้งเป้าผลิตชิปครบวงจรในประเทศไทย (Made-in-Thailand Chip) 5 แสนล้านบาท

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอพร้อมด้วยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี เดินทางเยือนรัฐแอริโซนา และรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ระหว่างวันที่ 8–12 ก.ย.2568 เพื่อหารือกับบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ

พร้อมกันนี้ ยังร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวง อว. และมหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนา (ASU) ซึ่งเป็นสถาบันหลักในการพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ของสหรัฐ ขณะที่รัฐแอริโซนา ถือเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ที่มีบริษัทชั้นนำตั้งอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น บริษัท TSMC, Intel, NXP, Microchip และ Amkor

การจัดโรดโชว์ครั้งนี้ บีโอไอและทีมไทยแลนด์ได้พบกับบริษัทเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกกว่า 10 ราย ประกอบด้วย บริษัทที่มีฐานผลิตในไทยอยู่แล้ว โดยได้เชิญชวนให้ขยายการลงทุน โดยเฉพาะการผลิตในระดับต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Microchip ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ 12 โครงการ Analog Devices (ADI) อยู่ระหว่างเตรียมจัดตั้งศูนย์วิจัยและออกแบบชิปต้นน้ำในไทย

Lumentum ได้ลงทุนตั้งศูนย์ประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดในไทย NXP Semiconductors ผู้นำด้านชิปสำหรับยานยนต์ ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอ 6 โครงการ และมีการขยายอย่างต่อเนื่อง จนเป็นหนึ่งในฐานการประกอบและทดสอบชิปที่ใหญ่ที่สุดในเครือ

”จากการหารือหลายบริษัทแสดงความสนใจ และจะเริ่มทำงานร่วมกับบีโอไอและกระทรวง อว. เพื่อศึกษารายละเอียดในการขยายกิจการด้านการวิจัยและพัฒนา การตั้งศูนย์ออกแบบชิป การประกอบและทดสอบชิปขั้นสูงในไทย โดยบริษัทต่างๆ ได้ย้ำถึงการสร้างกำลังคนให้เพียงพอ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่มีผลต่อการลงทุน“

ทั้งนี้ เพื่อผลักดันเป้าหมายของคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ (บอร์ดเซมิคอนดักเตอร์) ให้บรรลุผล 2 ประการคือ 1.ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาทใน 5 ปี (2568-2572) โดยเฉพาะอุตสาหกรรมต้นน้ำที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

2.พัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ ไม่น้อยกว่า 80,000 คนใน 5 ปี เพื่อสร้างฐานกำลังคนรองรับอุตสาหกรรมอนาคต มุ่งสู่เป้าหมายให้ไทยสามารถสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ครบวงจรในประเทศ (Made-in-Thailand Chip)

นายนฤตม์ กล่าวว่า ปัจจุบันเซมิคอนดักเตอร์ตลาดโลกมีมูลค่ากว่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2573 จากความต้องการชิปรุ่นใหม่ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น AI ดาต้าเซ็นเตอร์ ยานยนต์สมัยใหม่ สมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยสหรัฐถือเป็นผู้นำในเกือบทุกเซกเมนต์ ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล ชิปสำหรับ AI ชิปด้านการส่งสัญญาณต่างๆ ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2565-2567) มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงถึง 406 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุนกว่า 6 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากสหรัฐ ญี่ปุ่น ยุโรป จีน และไต้หวัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน