แสนสิริ เผยผลประกอบการไตรมาส 2/68 เติบโตต่อเนื่อง กำไรและรายได้ เพิ่มสูงขึ้นจากไตรมาสแรกของปีที่ 49% และ 28% ตามลำดับ ส่งผลครึ่งปีแรกกำไร 2,028 ล้านบาท มองบวกหลังกนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25%
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายงานการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ของปี 2568 แสนสิริมีการดำเนินงานที่เติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า จากการโอนที่ดีขึ้นทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม รวมถึงตลาด Premium และ Medium ยอดโอนกลับมาดีขึ้น
ส่วนตลาด Affordable ยังรักษายอดโอนได้ดี ส่งผลให้ไตรมาส 2 มีรายได้รวมอยู่ที่ 8,786 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และครึ่งปีทำรายได้รวมที่ 15,678 ล้านบาท ด้านกำไรสุทธิไตรมาส 2 อยู่ที่ 1,214 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% QoQ และครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 2,028 ล้านบาท โดยสามารถสร้างยอดขายรวมได้ถึง 26,000 ล้านบาท นับเป็นผลงานที่แข็งแกร่งท่ามกลางตลาดที่ท้าทาย
ความสำเร็จนี้มาจากกลยุทธ์การบริหารพอร์ตสินค้าพร้อมขายอย่างมีประสิทธิภาพ และปัจจัยสนับสนุนจากโครงการคอนโดมิเนียมที่ภูเก็ต 2 โครงการส่งมอบตามกำหนด สร้างรายได้ทันที ได้แก่ เดอะ เบส ไรส์ และเดอะ เบส บูกิต ด้านแนวราบมาจากเดมี พระราม 9-เหม่งจ๋าย ที่ Sold Out ก่อนวันพรีเซล สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์แสนสิริ และยังสามารถ Sold Out โครงการไปแล้วถึง 13 โครงการ มูลค่ากว่า 15,500 ล้านบาท
สำหรับแผนธุรกิจต่อจากนี้ แสนสิริยังคงให้ความสำคัญในการพัฒนาที่อยู่อาศัยในทำเลที่มีศักยภาพสูง ซึ่งมีดีมานด์อย่างต่อเนื่องและไม่อ่อนไหวตามสภาพตลาด
โดยเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ อาทิ สราญสิริ จตุโชติ, บุราสิริ จตุโชติ ตลอดจนเร่งเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ในกรุงเทพฯ เพิ่ม Backlog สนับสนุนรายได้ในระยะยาว โดยมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน อาทิ เดอะ มูฟ สุขุมวิท 107, ดีคอนโด เซนส์ (บางแสน), โฟล บาย แสนสิริ, เดอะ เบส เออร์เบิน พระราม 9
โดยคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันยอดขาย รวมถึงเปิดโครงการใหม่ อาทิ วาลเลส เฮาส์, เซลฟ์ บาย แสนสิริ, ไวด์เด็น บาย แสนสิริ, เดอะมูฟ บางหว้า และขยายการพัฒนาโครงการไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะภูเก็ตกับแบรนด์เศรษฐสิริในช่วงปลายไตรมาส 3 และที่สำคัญยังเพิ่มโอกาสในการลงทุนกับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่ เพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน
นายวิชาญ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.75% เป็น 1.50% ต่อปี โดยให้มีผลทันทีนั้น มองว่าเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่า กนง. พร้อมใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมากขึ้น เป็นเซนติเมนต์เชิงบวก ที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เนื่องจากผู้บริโภคจะมีภาระการผ่อนชำระที่ลดลงและเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการเองก็จะมีต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ซึ่งจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ กลับมาคึกคักได้
พร้อมกล่าวด้วยว่า ล่าสุดแสนสิริได้ร่วมกับพาร์ตเนอร์ส่งมอบของใช้จำเป็นเพื่อช่วยเหลือพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดจนสนับสนุนเกษตรกรไทยในการรับซื้อมังคุดและลำไย ส่งต่อผลไม้คุณภาพให้กับคู่ค้า แสนสิริคอมมูนิตี้ และชุมชนโดยรอบ
นอกจากผลประกอบการที่โดดเด่น แสนสิริยังตอกย้ำสถานะความมั่นคงด้วยการเป็น 1 ใน 30 หุ้น SETHD (SET High Dividend 30 Index) หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีผลตอบแทนจากเงินปันผลที่โดดเด่นและสม่ำเสมอ (SIRI มีผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยกว่า 8% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา)
โดยล่าสุด คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผล จากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 ม.ค. –
30 มิ.ย. 2568 ในอัตรา 0.05 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 28 ส.ค. 2568 และกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 11 ก.ย. 2568
หากรวมกับรอบก่อนหน้าที่จ่ายปันผลแล้วที่ 0.08 บาทต่อหุ้น เท่ากับปีนี้ทั้งปีจ่ายปันผล 0.13 บาท คิดเป็นผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 8.6% จากราคาปัจจุบัน การจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยพื้นฐานและผลประกอบการที่ดีของแสนสิริ