SCX ในเครือเอสซี แอสเสท เดินเกมรุกธุรกิจโรงแรม รับดีมานด์ท่องเที่ยวฟื้น ตั้งเป้าเพิ่มห้องพักรวมกว่า 2,000 ห้องใน 4 เมืองท่องเที่ยวหลัก ภายในปี 2572 เน้นหาพาร์ทเนอร์ร่วมทุน ภูเก็ต สมุย เป้าหมายถัดไป หวังดัน EBITDA ธุรกิจรายได้ประจำ แตะ 2,000 ล้านบาท

17 ก.ย. 2568 นายรชฎ นันทขว้าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี เอ็กซ์ คอร์ปอเรชัน จำกัด หรือ SCX ในเครือ บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น หรือ SC เปิดเผยว่าบริษัทวางเป้าหมายภายในปี 2572 จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม ผ่าน SCX Hospitality เป็น 60% ของรายได้รวมจากกลุ่มธุรกิจรายได้ประจำ (Recurring Income) หรือ มีจำนวนห้องพักรวมทั่วประเทศมากกว่า 2,000 ห้อง ครอบคลุม 4 เมืองท่องเที่ยวหลัก กรุงเทพฯ (สุขุมวิท,สยาม) , พัทยา, ภูเก็ต และสมุย เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ที่กลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน

เบื้องต้นในปีนี้เตรียมเปิดโรงแรม 2 แห่ง โดยมีโรงแรมครอโม แบงคอก คิวริโอ คอลเลคชั่น บาย ฮิลตัน (KROMO Bangkok, Curio Collection by Hilton) ซึ่งจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ที่จะเป็นหัวหอกสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์ระดับสากลของ SCX ในตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

“แนวทางการท่องเที่ยวยุคใหม่ จะเน้นท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวรายได้สูง ที่ต้องการประสบการณ์พิเศษเฉพาะตัว ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง ซึ่ง KROMO จะเป็นก้าวแรกสำคัญในการขยายพอร์ตโรงแรมระดับพรีเมียม ในขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างการพิจารณานำโรงแรมในกลุ่ม SCX Hospitality เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อการโรงแรม ในอนาคตด้วย” นายรชฎ กล่าว

สำหรับโรงแรมครอโม แบงคอก คิวริโอ คอลเลคชั่น บาย ฮิลตัน เป็นโรงแรมไลฟ์สไตล์ที่เน้นดีไซน์ร่วมสมัย มูลค่าโครงการ 2,800 ล้านบาท ขนาดห้องพักรวม 306 ห้อง ระดับ 4 ดาวครึ่ง ตัวอาคารสูง 28 ชั้น ทำเลติดถนนสุขุมวิท 29 ใกล้รถไฟฟ้าสถานีพร้อมพงษ์ โดยเป็นโครงการแฟล็กชิพระดับพรีเมี่ยมแห่งแรกที่บริษัทร่วมทุนกับ ไดวะ เฮ้าส์ บริษัท ก่อสร้างและรับสร้างบ้านที่ใหญ่ที่สุดใน ประเทศญี่ปุ่น ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ The Cabinet of Wonders ที่ถ่ายทอดเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านความงดงามของมณีนพรัตน์

ตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์เฉพาะตัวมากกว่าราคา ล่าสุดมียอดจองห้องพักแล้ว 2,000 รูมไนท์ หรือคิดเป็นอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 30% ส่วนฐานลูกค้าหลักๆ เป็น ยุโรป อเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และจีน ทั้งนี้คาดว่าเฉพาะเดือนธ.ค.ปีนี้ อัตราการจองจะขยับขึ้นไปได้ถึง 80%

“การลงทุนธุรกิจโรงแรม ต้องใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้นบริษัทจะเน้นร่วมทุนไปกับพาร์ทเนอร์” นายรชฎ กล่าว

นอกจากนี้ในเดือนต.ค.นี้ บริษัทยังเตรียมเปิดให้บริการโรงแรมเดอะสแตนดาร์ด พัทยา นาจอมเทียน และในปี 2572 เตรียมเปิดให้บริการโรงแรมโวโค กรุงเทพฯ สยาม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

พร้อมกันนี้บริษัทก็มองหาโอกาสในการขยายการลงทุนธุรกิจโรงแรมในภูเก็ต และสมุย ด้วย ซึ่งล่าสุดมีทั้งโรงแรมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงเจ้าของที่ดิน หลายรายมานำเสนอ โดยบริษัทยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา

อย่างไรก็ดี SCX เป็นบริษัทที่มุ่งสร้างรายได้ประจำ ผ่าน 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจคลังสินค้าให้เข่า ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และธุรกิจโรงแรม โดยบริษัทวางงบลงทุนไว้ 2.5 หมื่นล้านบาท ในระยะ 3 ปี (2568-2570) ซึ่งในปีนี้ได้มีการลงทุนไปแล้วทั้งสิ้น 6,000-7,000 ล้านบาท โดย 50% เป็นการลงทุนในธุรกิจโรงแรม และที่เหลืออีก 50% ใช้ไปกับธุรกิจคลังสินค้า

โดยปัจจุบัน SCX มีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ประมาณ 800-900 ล้านบาท หรือคิดเป็น 14-15% ของ EBITDA รวม ของ SC ซึ่งเป็นบริษัทแม่ และภายในปี 2572 คาดว่า EBITDA จะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 2,000 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนจะขยับขึ้นเป็น 25% ซึ่งในจำนวนนี้ จะเป็น EBITDA ของธุรกิจโรงแรม 40% และ อีก 60% จะเป็นของธุรกิจคลังสินค้า และ อาคารสำนักงาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน