ททท. เผยเงินบาทแข็งค่า เศรษฐกิจซบเซา สถานการณ์ชาย กระทบท่องเที่ยวไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว 7% ช่วง 8 เดือนแรกปี 2568
วันที่ 29 ก.ย. 2568 น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) เปิดเผยว่า กองกลยุทธ์การตลาด ททท.ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 21 ก.ย. 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยลดลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัญหาด้านเศรษฐกิจ ภาพลักษณ์ความปลอดภัย มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้ากับสหรัฐอเมริกา และสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และล่าสุดปัญหาเงินบาทแข็งค่า กระทบการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวอย่างมาก
สถานการณ์ปัจจัยลบล้วนมีผลกระทบต่อตลาดท่องเที่ยว แต่ขณะนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อตลาดหลักๆ ทำมีจำนวนนักท่องเที่ยวอเมริกันเริ่มหดตัวตั้งแต่เดือนพ.ค.2568 โดยข้อมูลล่าสุดระหว่างวันที่ 1-21 ก.ย. 2568 ตลาดสหรัฐอเมริกา ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด นักท่องเที่ยวลดลง 6% จำนวนนักท่องเที่ยวเหลือเพียง 36,800 คน เหตุจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ถึง 7%
สำหรับตลาดสหรัฐฯ ถือเป็นตลาด Super Long Haul การเดินทางแต่ละทริปมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับบาทก็ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงคนสหรัฐฯยังคงมีความกังวลเศรษฐกิจภายในประเทศ สินค้านำเข้าสหรัฐฯ สินค้ำอุปโภค บริโภคที่เริ่มเห็นราคาแพงขึ้น
ส่วนตลาดจีน นักท่องเที่ยวลดลง 33% เหลือ 205,200 คน เริ่มมีสัญญาณหดตัวน้อยลงกว่า ช่วงเดือนพ.ค. -ส.ค.ที่หดตัว 35-40% แม้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่สาเหตุหลักคือปัญหาภาพลักษณ์ความปลอดภัยและการแข่งขันจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม ญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวลดลง 6% เหลือ 68,900 คน แม้ค่าเงินบาทแข็งค่าเพียง 1% ในปี 2568 นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นประมาณ 15-18%
ส่วน ยุโรป ได้เปรียบจากค่าเงินยูโรและปอนด์ที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสหราชอาณาจักรมีนักท่องเที่ยว 33,800 คน เพิ่มขึ้น 1% เยอรมนีเพิ่มขึ้น 5% และฝรั่งเศสเพิ่มขึ้น 3%