ศุภจี ลุย 7 นโยบายฟื้นเศรษฐกิจ ตั้งเป้าลดค่าครองชีพ3หมื่นล.-ดันส่งออกทั้งปีโต6-7%
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงนโยบายเร่งด่วน “QUICK BIG WIN” 7ด้านว่าประกอบด้วย1.ภาษีสหรัฐฯ และการเจรจาการค้า เร่งสรุป Agreement of Reciprocal Tax (ART) กับสหรัฐฯ ภายในเดือนธันวาคม 2568 โดยปรับปรุงกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) และการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (C/O) ให้เป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อป้องกันสินค้าสวมสิทธิ์และเพิ่มความโปร่งใส โดยปัจจุบันได้ผลชัดเจน เช่น จากที่เคยพบเอกสาร C/O ปลอมแปลงหลักร้อยกรณีต่อปี เหลือเพียง 5 กรณีในปี 2567 และไม่พบในปี 2568 นอกจากนี้ จะเร่งปรับปรุงกระบวนการตอบโต้การทุ่มตลาด (AD) ที่เคยใช้เวลา 12–18 เดือน เหลือเพียง 9 เดือน ด้วยการนำ AI มาช่วยตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูล ถือเป็น Quick Win ที่ช่วยผู้ประกอบการไทยโดยตรง
2.การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา จัดงานหมกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ 7 จังหวัดชายแดน จัดมหกรรมค้าชายแดน และสนันสนุนค่าขนส่งสินค้าฟรี 100บาท/ชิ้น 3.เอฟทีเอและบุกตลาดใหม่ จะเร่งFTA ไทย-ยุโรป และไทย-เกาหลีใต้ และใช้เครือข่ายทูตพาณิชย์ทั่วโลกหาตลาดใหม่ อาทิ ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ เอเชียใต้ อาเซียน เป็นต้น คาดว่าปีนี้จะผลักดันการส่งออกให้เติบโตได้ 6-7% มูลค่าราว 12 ล้านล้านบาท
4. ดูแลค่าครองชีพประชาชน จัดมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ 1,300 ครั้ง/ปี และจัดมหกรรมลดราคาตามเทศกาลเช่น ปีใหม่ ตรุษจีน กินเจ เปิดเทอมคาดว่าจะลดค่าครองชีพได้ 5,000 ล้านบาท ร่วมมือกับโรงพยาบาลเอกชนกว่า 100 แห่งให้เปิดเผยราคายาก่อนชำระเงิน เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกซื้อยาภายนอกโรงพยาบาลในราคาที่ถูกกกว่า คาดช่วยลดค่าครองชีพ 32,400 ล้านบาท/ปี และควบคุมราคายาที่จำเป็น
5. รักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวโดยใช้มาตรการชะลอการขายด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การให้สหกรณ์เก็บสต๊อก การช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ครอบคลุมกว่า 4.6 ล้านครัวเรือน และเร่งส่งออกแบบ จีทูจีกับจีน เพิ่ม เป็น 500,000 ตัน เจรจา MOU กับญี่ปุ่นและสิงคโปร์ เพื่อรักษาโควตาข้าวไทย คาดว่าภายใน2-3เดือนจะดันราคาข้าวเปลือกแตะ7,000บาท/ตัน
6. เสริมแกร่งผู้ประกอบการ SMEs และเพิ่มมูลค่าสินค้าไทยสนับสนุนการเข้าถึงตลาดใหม่ เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา สนับสนุนสินเชื่อ การใช้เครื่องหมายรับรองคุณภาพ เช่น Thailand Trust Mark และ Thai SELECT 7. ปรับกฎระเบียบและใช้เทคโนโลยีเร่งปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ รวมถึงการนำ AI มาใช้ในการอำนวยความสะดวกการค้า
“กระทรวงพาณิชย์อายุ 105 ปีแล้ว และจะอยู่คู่ประเทศไทยต่อไปอีกยาวนาน สิ่งที่ดิฉันและทุกท่านร่วมกันขับเคลื่อนในวันนี้ ไม่ใช่เพียง Quick Win แต่คือการวางรากฐานที่มั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและพี่น้องประชาชน”นางศุภจี กล่าว