“ อรรถกร ” สั่ง ททท. กระตุ้นท่องเที่ยวโค้งท้ายปี ลั่นดึงจีนกลับ 2-3 ล้านคน ในช่วง 4 เดือน ยอมรับสถานการณ์ท่องเที่ยวปีนี้ซบเซา ตั้งโจทย์ใหม่ต้อง “ไขว่คว้า”
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้บริหารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ( ททท. ) ว่า ยอมรับว่าการท่องเที่ยวในปี 2568 อาจจะซบเซาลงบ้าง เนื่องจากกรอบเวลาการทำงานของรัฐบาลที่ชัดเจน จึงได้วางแนวทางการทำงานระยะสั้น โดยจะมุ่งเน้นไปที่กลุ่มประเทศเป้าหมาย ที่ต้องการเรียนเชิญให้เดินทางกลับมายังประเทศไทย
“วันนี้เราต้องปรับมายด์เซ็ตของตัวเอง ไม่ใช่ว่าเราเป็นยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว ยังมีประเทศอื่นที่พัฒนาขึ้นมา ซึ่งอาจตอบโจทย์นักท่องเที่ยวได้ดีกว่าเราในบางด้าน เราจึงต้องใช้คำว่า เรียนเชิญ ไม่ใช่แค่ เชิญชวนอีกต่อไป”

นายอรรถกร กล่าวว่า สำหรับการดำเนินงาน จะปรับเปลี่ยนจากการทำการตลาดแบบภาพรวมกลุ่มประเทศ มาเป็นการทำการบ้านและวางกลยุทธ์เฉพาะเจาะจงเป็นรายประเทศ เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน โดยหวังว่าจะสามารถฟื้นฟู จำนวนนักท่องเที่ยวให้กลับมาใช้จ่ายและช่วยโปรโมทประเทศไทยในฐานะประเทศยักษ์ใหญ่ด้านการท่องเที่ยวต่อไป
ทั้งนี้ มีการตั้งโจทย์ใหม่ ร่วมกับผู้บริหาร ททท.ซึ่งเป็นตัวเลขเป้าหมายที่สูงกว่าการคาดการณ์เดิมและต้องไขว่คว้าเยอะๆ ถึงจะไปให้ถึง” อย่างไรก็ตาม ขอปฏิเสธที่จะเปิดเผยตัวเลขต่อสื่อมวลชน เพราะเป็น คำสัญญาลูกผู้ชายและลูกผู้หญิง ที่ตกลงกันไว้เป็นการภายในในห้องประชุม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวถึงเป้าหมายดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมา 2-3 ล้านคนในช่วง 4เดือนของอายุรัฐบาลนายอรรถกร กล่าวว่าเป็นเป้าหมายที่ตนตั้งขึ้นเองและได้แจ้งกับ ร.อ.ธรรมนัสไว้ โดยเป็นเรื่องที่ผมเซ็ตโกลของตัวเองไว้
เบื้องต้นก็ได้กระตุ้นไปที่ท่านผู้ว่า ททท. แล้วว่า เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ทำ แม้จะเป็นตัวเลขที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่ามีวิธีการที่จะทำให้สำเร็จได้ โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งในและต่างประเทศ
สำหรับประเทศเป้าหมายหลักที่ต้องการดึงดูดนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อินเดีย, และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง (Middle East) เช่น ซาอุดีอาระเบีย ขณะเดียวกันจะยังคงรักษา (maintain) ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและอเมริกา เช่น กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย รัสเซีย และโปแลนด์ ซึ่งมีตัวเลขที่ดีขึ้นในปีที่ผ่านมาไว้ด้วย นอกจากนี้การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองในประเทศก็ยังคงดำเนินควบคู่กันไป