ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินของ BYD พร้อมขีดเส้นตายให้บริษัทแจงภายใน 14 ต.ค.นี้ หลังครึ่งปีแรก 68 ขาดทุน 2,668 ล้านบาท โดย BYD แจงว่าบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของเงินให้กู้ยืมแก่ TSB 2,652 ล้านบาท
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) แจ้งว่า ขอให้บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) (BYD) ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินไตรมาสที่ 2 ปี 2568 ซึ่งงวด 6 เดือน บริษัทขาดทุนสุทธิ 2,668 ล้านบาท ในขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 22 ล้านบาท
สาเหตุหลักจากการบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของเงินให้กู้ยืมแก่ TSB 2,652 ล้านบาท รวมทั้ง มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเงินให้กู้ยืมกับ ACE ซึ่งกรณีข้างต้นกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท
โดยขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 14 ต.ค. 2568 ในส่วนความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบขอให้ชี้แจงภายในวันที่ 20 ต.ค. 2568
นอกจากนี้ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินและติดตามคำชี้แจงของบริษัท
ทั้งนี้ตั้งแต่ปี 2565 BYD มีการให้เงินกู้ยืมกับ บริษัท เอซ อินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (ACE : บริษัทร่วม 49%) และบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด (TSB : บริษัทร่วมทางอ้อม ซึ่งถือหุ้นโดย ACE 100%) เพื่อสนับสนุนการลงทุนขยายธุรกิจของ TSB ซึ่งประกอบธุรกิจขนส่งสาธารณะประจำทาง
โดยปัจุบันมียอดเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับกับ TSB รวม 10,759 ล้านบาท มีการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 7,561 ล้านบาท มีการพักชำระคืนเงินต้นออกไปเป็นไม่เกิน 31 ม.ค.2570 และพักชำระดอกเบี้ย 3 ปี โดยยังคงคำนวณดอกเบี้ย
เดือน ม.ค. 2568 BYD มีการให้เงินกู้ยืมกับ ACE รวม 1,050 ล้านบาท เพื่อชำระหนี้เงินกู้ที่ ACE กู้มาเพื่อลงทุนซื้อรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้กลุ่ม TSB เช่าซื้อสำหรับดำเนินกิจการ กำหนดชำระ 31 มี.ค.2568 ซึ่งในเดือน มี.ค. 2568 ACE ชำระคืนเงินกู้ 430 ล้านบาท
สำหรับเงินให้กู้ยืมอีก 620 ล้านบาท BYD ได้ขยายเวลาชำระคืนเงินกู้เป็น 31 ม.ค.2574 และลดดอกเบี้ยเป็นจาก 6-7% เป็น 4% และให้ TSB ชำระคืนเงินกู้โดยตรงให้ BYD
รวมทั้งให้ TSB เข้าค้ำประกันการชำระหนี้ ซึ่งในเรื่องนี้ BYD ได้ชี้แจงใน MD&A (คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ) ว่าเหตุผลคือผลประกอบการของ TSB ไม่เป็นไปตามแผนที่คาดการณ์ ซึ่ง TSB ต้องปรับวิธีคิดค่าโดยสารโดยให้อ้างอิงตามตารางบันไดราคาตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด ส่งผลให้รายได้ของ TSB ลดลงจากที่ประมาณการไว้อย่างมีสาระสำคัญ

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เคยให้ BYD ชี้แจงเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง BYD ได้ชี้แจงข้อมูลว่าการบันทึกค่าเผื่อฯ เงินให้กู้ยืมกับ TSB 4,909 ล้านบาทในงบปี 2567 มีความสมเหตุสมผลและครบถ้วน
โดยคาดการณ์จากปัจจัยแวดล้อม เช่น ผลกระทบจากจำนวนผู้โดยสารที่อาจลดลงจากนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เป็นต้น และต่อมาได้บันทึกค่าเผื่อฯ เงินให้กู้ยืมกับ TSB เพิ่มเติม 73 ล้านบาท ในงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568
เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้รับชำระดอกเบี้ยเป็นเงินสด ทำให้ต้องคำนวณค่าเผื่อฯ ใหม่ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงอย่างรอบคอบและรัดกุม
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ชี้แจงข้อมูล ดังนี้
การขยายเวลาชำระคืนเงินกู้ยืมให้กับ ACE ลดอัตราดอกเบี้ย และให้ TSB ชำระหนี้แทนและเข้าค้ำประกันชำระหนี้ มีผลกระทบกับบริษัทในเรื่องดังต่อไปนี้อย่างไร Counterparty Credit Risk เปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร
รวมถึงกรณีที่ต้องมีการฟ้องร้องหากไม่สามารถชำระหนี้ได้
อัตราดอกเบี้ย คุณภาพและมูลค่าหลักประกัน (รถโดยสารไฟฟ้าที่ TSB ใช้ในการทำธุรกิจ) ที่บริษัทได้รับเหมาะสมและสอดคล้องกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนไปและความสามารถในการชำระหนี้ของ TSB หรือไม่ อย่างไร
อ้างอิงกับข้อมูลใด เงื่อนไขใหม่นี้กระทบกับฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน สภาพคล่องของบริษัท หรือเป็นประโยชน์กับบริษัทอย่างไร ปัจจุบันถือว่าบริษัทมี Exposure กับ TSB เป็นสัดส่วนเท่าไร บริษัทมีมาตรการในการดูแล ติดตาม และจำกัดความเสี่ยงอย่างไร เนื่องจากบริษัทชี้แจงว่ารายได้ของ TSB ลดลงจากที่ประมาณการไว้อย่างมีสาระสำคัญ
รายละเอียดของกระบวนการพิจารณาและผู้อนุมัติการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขต่างๆ ของเงินให้กู้ยืมกับ ACE รวมถึงเป็นไปตามเกณฑ์และนโยบายของบริษัทหรือไม่ อย่างไร ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบเกี่ยวกับความเหมาะสมของการพิจารณาการให้กู้ยืมและการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆ