ส.อ.ท. เผยผลสำรวจ ผู้บริหาร ส.อ.ท. ชี้กฎหมายไทยล้าสมัย ซ้ำซ้อน ระบบราชการไม่จริงจัง ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำที่สุดในอาเซียน

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ผลสำรวจ FTI CEO Poll (โพลส.อ.ท.) เดือนก.ย. 2568 หัวข้อ “มุมมองต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยกับคู่แข่งในภูมิภาค” พบว่าผู้บริหาร ส.อ.ท. ประเมินว่าขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ยังอยู่ในระดับปานกลาง

“เนื่องจากปัญหากฎหมายที่ล้าสมัย มีความซับซ้อน และการปฏิรูประบบราชการที่ยังไม่จริงจัง ถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ฉุดรั้งศักยภาพทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไทยต่ำกว่าที่ควรจะเป็น โดยในไตรมาส 2/2568 จีดีพีไทยเติบโตเพียง 2.8% ซึ่งนับว่าต่ำที่สุดในอาเซียน”

โดยผู้บริหาร ส.อ.ท.ส่วนใหญ่ 91.2% เห็นว่ากฎหมายที่ล้าสมัย ซับซ้อน และขาดการปฏิรูประบบราชการ เป็นจุดอ่อนของไทย ที่ทำให้จีดีพีขยายตัวต่ำกว่าประเทศคู่แข่งในภูมิภาคถึง รองลงมา 51.3% มองว่าเป็นความล่าช้าในการดำเนินนโยบายและการลงทุนโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ ส่วน 46.9% มองเรื่องการพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมที่มีมูลค่าไม่สูง และ 43.4% มองเรื่องปัญหาการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและปัญหาหนี้ครัวเรือน

ส่วนปัจจัยที่บั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทย ผู้บริหาร ส.อ.ท. 57.2% มองเรื่องการขาดแคลนแรงงานทักษะสูง และการพัฒนากำลังคน ที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดเป็นหลัก รองลงมา 45.5% เรื่องการขาดการพัฒนาสินค้า ทำให้ความนิยมลดลง ผลกระทบจากสินค้าทุ่มตลาดและการแข่งขันที่รุนแรงในภูมิภาค

อีก 44.8% มองเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งขาดเทคโนโลยีและนวัตกรรม และ 40% มองเรื่องมาตรการทางการค้าของประเทศมหาอำนาจ และผลกระทบจากสงครามการค้า

ขณะที่ จุดแข็งของประเทศไทย เมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค ผู้บริหาร ส.อ.ท.ส่วนใหญ่ 73.8% เห็นว่าไทยมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งและความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ส่วน 40.7% เห็นว่าไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารและสินค้าเกษตรระดับโลก อีก 31.7% เห็นว่าไทยเป็นห่วงโซ่อุปทานและฐานการผลิตที่ครบวงจร และ 28.3% มองไทยเป็นจุดมุ่งหมายด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาค

ดังนั้น ผู้บริหาร ส.อ.ท. จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งปฏิรูปกฎหมายและกฎระเบียบ พร้อมทั้งพัฒนาระบบราชการให้มีความโปร่งใส คล่องตัว และทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการอนุมัติอนุญาต ช่วยลดขั้นตอนที่ซับซ้อน ลดต้นทุนเวลาและค่าใช้จ่ายทั้งของรัฐและเอกชน เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน สร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน