A5 เดินหน้าลุยปีหน้า 5 โครงการ กว่า 6,130 ล้านบาท ซุ่มพัฒนาแบรนด์บ้าน 100 ล้าน ตอกย้ำหนึ่งในผู้เล่นตลาดบ้านหรู ล่าสุดเตรียมออกหุ้นกู้รองรับการลงทุน พร้อมเปิดแบรนด์ใหม่ “แซงเคียม – Cinquième” กรุงเทพกรีฑา ไพรเวท พูล วิลล่า 16 หลัง ราคาเริ่มต้น 65 ล้านบาท ลูกค้าไทย-เทศ สนใจล้น หวังยอดขายเดือนละหลัง

นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ A5 ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี เปิดเผยว่าบริษัทยังคงขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโครงการในทำเลที่มีมูลค่าเพิ่มในระยะยาว พร้อมวางแผนปี 2569 ด้วยการเดินหน้าเปิดตัวโครงการบ้านระดับลักชัวรีรวม 5 โครงการ มูลค่ากว่า 6,130 ล้านบาท บนทำเลกรุงเทพกรีฑา, บางนา, ราชพฤกษ์, วัชรพล–รามอินทรา, พัฒนาการ และ เอกมัย–รามอินทรา
โดยขนาดของแต่ละโครงการจะมีจำนวนบ้านไม่มาก เพื่อให้เกิดการเทิร์นโอเวอร์ได้เร็ว อีกทั้งจะเป็นครั้งแรกของ A5 สำหรับการเปิดแบรนด์ใหม่บ้านระดับราคา 100 ล้านบาทขึ้นไป และบ้านราคาต่ำกว่า 20 ล้านบาท เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมในทุกระดับราคาของตลาดบน

“เรามั่นใจในตัวสินค้าของเรา รวมถึงทำเลที่เราเลือกว่ายังสามารถไปได้ โดยทุกโครงการที่เข้าไปพัฒนา เนื่องจากมีการศึกษามาอย่างดีแล้ว ว่าในแต่ละทำเลยังมีช่องว่างของสินค้าที่เราจะเข้าไปเติมเต็มได้ แต่เราจะไม่เข้าไปเปิดในตลาดเดียวกับที่มีคู่แข่งหลายรายที่มีการทำตลาดอยู่ก่อนแล้ว”
โดยนางสาวณิชาอรณ์ ตรีทิพย์รัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน A5 กล่าวเสริมว่าบริษัทได้วางแผนการเงินเพื่อรองรับแผนการลงทุนดังกล่าว ด้วยการเตรียมแผนออกหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2568 อายุ 1 ปี 9 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2570 ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอน อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.50 ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ และคาดว่าจะได้การตอบรับที่ดี เช่นเดียวกับที่การออกหุ้นกู้เมื่อครั้งที่ผ่านมา
สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรก 2568 บริษัทมีรายได้รวม 698.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 101.23 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.54% สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและความแข็งแกร่งของดีมานด์ในตลาดบ้านหรู ขณะที่ Interest Coverage Ratio (ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยจากกำไรที่บริษัทสร้างได้) อยู่ที่ 3.09 เท่า สูงกว่าข้อกำหนดขั้นต่ำ 2.50 เท่า แสดงถึงฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมี อัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย/ส่วนของผู้ถือหุ้น (Net IBD/E) อยู่ที่ 1 เท่า และ อัตราหนี้สิน/ทุน (DE Ratio) อยู่ที่ 1.42 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับปลอดภัยต่อการเติบโตระยะยาว
ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอรับรู้รายได้ (แบ็คล็อก) 436 ล้านบาท (ข้อมูล 30 ก.ย.) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ ไตรมาส 4 ปีนี้เป็นต้นไป ท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังท้าทาย สะท้อนถึงศักยภาพในการบริหารพอร์ตและความเชื่อมั่นจากกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยเอง (เรียลดีมานด์)

ทั้งนี้นายศุภโชค กล่าวด้วยว่าที่ผ่านมา A5 สร้างผลงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการแซงค์ รอยัล กรุงเทพกรีฑา บ้านเดี่ยว 3 ชั้น ราคา 65-160 ล้านบาท รวม 48 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 3,500 ล้านบาท ที่สามารถขายหมดและโอนกรรมสิทธิ์ครบทุกยูนิตภายในเวลา 2 ปี 9 เดือน สะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์ รวมถึงโครงการวานา ราชพฤกษ์-เวสต์วิลล์ ราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท และโครงการแซงค์ รอยัล ดิ เอททีน บางนา กม.7 ราคาเริ่มต้น 72 ล้านบาท ที่ตลาดให้การตอบรับดี
พร้อมกันนี้ล่าสุด ยังเตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Cinquième Krungthep Kreetha” (แซงเคียม กรุงเทพกรีฑา) ไพรเวท พูล วิลล่า ระดับลักชัวรี่ ด้วยจำนวนเพียง 16 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,370 ล้านบาท ตั้งอยู่บนทำเลถนนกรุงเทพกรีฑา ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพของกลุ่มบ้านหรูระดับบน โดยโครงการเตรียมเปิด Pre-sale เฟสแรก 7 หลัง ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้ชมบ้านตัวอย่างเป็นครั้งแรกในวันที่ 18–19 ต.ค.นี้ ราคาเริ่มต้น 65 ล้านบาท
ทั้งนี้ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท ยูโร ครีเอชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญธุรกิจด้าน Living & Lifestyle ที่สร้างสรรค์พื้นที่การใช้ชีวิตผ่านแบรนด์ระดับโลก คัดสรรเฟอร์นิเจอร์แบรนด์อิตาเลียนชั้นนำ Molteni&C และ Poltrona Frau เพื่อสะท้อนรสนิยมของลูกค้ากลุ่มบนที่ให้คุณค่ากับคุณภาพและรายละเอียดของงานฝีมือระดับโลก
อย่างไรก็ดีมีการทำตลาดทั้งลูกค้าคนไทย และลูกค้าต่างชาติ ทั้งทำตลาดเองและทำตลาดผ่านนายหน้า ทำให้ปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจเกินจำนวนบ้านทั้งหมดแล้ว โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติ ทั้งจีน และประเทศเพื่อนบ้าน อย่างเวียดนาม โดยคาดหวังยอดขายเฉลี่ยเดือนละ 1 หลัง หรือคาดว่าปีนี้จะปิดการขายเฉพาะโครงการนี้ได้ 3-4 หลัง และรับรู้รายได้ทันทีราว 200 ล้านบาท