รายงานพิเศษ – หลายปัจจัยที่ถาโถม ทั้งเรื่องปัญหาเศรษฐกิจ เทรนด์สุขภาพทำให้คนบางส่วนหันไปดื่ม “นมทางเลือก” เช่น นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง หรือนมข้าวโอ๊ต ทำให้นมวัวมีผู้บริโภคน้อยลง กอรปกับ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย ( อ.ส.ค. ) มีปัญหาภายใน มีการรับซื้อน้ำนมดินเกินความสามารถในการจำหน่าย
ส่งผลให้ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปัญหา “น้ำนมล้นตลาด–ต้นทุนสูง–การบริโภคต่ำ” ส่งผลให้ขณะนี้มีหนี้สะสมอยู่ประมาณ 2,000 ล้านบาท
ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ เข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศชัดเจนถึงแนวทางแก้ปัญหาหนี้ของอ.ส.ค. ว่า 3 เดือนจากนี้ หนี้ 2,000 ล้านบาท จะมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ อ.ส.ค.องค์กรที่เคยเป็นความภูมิใจของชาติ จาก “นมไทย–เดนมาร์ค” ที่ถือกำเนิดขึ้นภายใต้พระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 กลับต้องแบกรับ ภาระหนี้สินสะสมกว่า 2,000 ล้านบาท และเผชิญวิกฤตศรัทธา
จับมือ 4 กระทรวง ฟื้นศรัทธา
ผลิตภัณฑ์ที่เราสร้างมา จะต้องกระจายออกไปภายใน 6 เดือนให้หมด ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ต่อผู้ดื่ม โครงการนมโรงเรียนผมคุยกับอาจารย์แหม่ม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) แล้วไปขยายเลย ให้เด็กดื่มนมเพิ่มขึ้น ดื่มเยอะๆสมองก็จะได้ดีร่างกายแข็งแรง นายอัครา พรหมเผ่า รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่ดูผู้สูงอายุ คนพิการส่วน
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ท่านดูแลการกีฬา ท่านดูแลภาคการท่องเที่ยวทำเข้าไป เอาสัก 4 กระทรวงช่วยเหลือตัวเองก่อน ไม่ต้องไปพึ่งคนอื่น
“ 3 เดือนจากนี้ หนี้ 2,000 ล้านบาท จะมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ ผมต้องแก้เร่งด่วนตรงนี้ว่า นมกล่องที่มีอยู่ทุกวันนี้ ต้องกระจายให้หมด ตุลาคม 2568 ต้องไม่มีนมเหลือ และไม่มีนมทิ้ง ผมจัดการหมดแล้ว สั่งการไปหมดแล้ว”
เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส ประกาศเป็นนโยบายในฐานะรองนายกที่กำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะนำพาอ.ส.ค.ให้พ้นปากเหว

วันที่ 7 ต.ค. 2568 ร.อ.ธรรมนัส ล่าสุด แต่งตั้ง พลโท จิรันตน์กฤษณ์ เหลืองจินดา เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย เพื่อมาขับเคลื่อนนโยบายแก้หนี้ อ.ส.ค. 2,000 กว่าล้านบาท ใน 3 เดือน
เพิ่มวันดื่มนมให้เด็กไทยเป็น 365 วัน
วันที่ 8 ต.ค.2568 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็ก และเยาวชน ครั้งที่ 6/2568 ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่า โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน นักเรียนต้องได้กินนมครบทุนวันที่ต้องการสนับสนุนนมให้นักเรียน ระดับชั้นก่อนประถมศึกษาจนถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 6,053,969 คน ได้ดื่มนมในโครงการฯ เพิ่มจากเดิม 260 วัน เป็น 365 วัน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการเพิ่มเติมข้อสังเกตของคณะกรรมการที่ต้องการให้เด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 ในส่วนการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้รับการสนับสนุนในรูปแบบเดียวกัน นำเสนอเรื่องต่อ ร.อ. ธรรมนัส เพื่อขอความเห็นชอบข้อเสนอโครงการฯ ต่อคณะรัฐมนตรี (ค.ร.ม.) พิจารณาต่อไป
“การขอสนับสนุนนมให้นักเรียน ระดับชั้นก่อนประถมศึกษาจนถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 6,053,969 คน ได้ดื่มนมในโครงการฯ เพิ่ม เป็น 365 วัน จากเดิม 260 วัน จะต้องขอครม.เพื่อพิจารณางบประมาณ เพราะอีก 105 วันที่เพิ่มขึ้น ต้องใช้เงินประมาณ 7 พันล้านบาท จากเดิม 260 วัน ใช้งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ดังนั้นการพิจารณา จัดสรรนม ให้แก่นักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3 ในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา จำนวน 582,947 คน ให้ได้ดื่มนมทั้ง 365 วัน เช่นกันก็ต้องใช้เงินเพิ่มอีก เรื่องนี้ต้องนำเสนอพิจารณาต่อไป”
การดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว จะช่วยให้มีน้ำนมดิบเข้าสู่ระบบการผลิตนมในโครงการฯ ประมาณ 1,393 ตันต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิม 488 ตันต่อวัน และเป็นการช่วยเสริมสร้างสุขภาพเยาวชน และลดการขาดสารอาหารในวัยเด็ก

คุมเข้มคุณภาพนมโรงเรียน
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหานมค้างสต็อก โดยจัดทำ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการอาหารนม เพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง หลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน (ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ก.ย.2568) และเห็นชอบ (ร่าง) คำสั่งคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เรื่อง แต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน ชนิด ยู เอช ที (จำนวน 16 จังหวัด)
มีปศุสัตว์จังหวัด เป็นประธานคณะทำงาน ซึ่งมีอำนาจและหน้าที่ ติดตามการตรวจสอบโรงงาน หรือสถานประกอบการที่ผลิตนมโรงเรียน ชนิด ยู เอช ที รวมถึงตรวจนับผลิตภัณฑ์และเอกสาร ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและซื้อขายน้ำนมโคในโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน
รวมถึงสุ่มเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์นมโรงเรียน ชนิด ยู เอช ที ณ โรงงาน หรือสถานประกอบการ นำไปส่งตรวจวิเคราะห์คุณภาพตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับสินค้ามีคุณภาพดี ไม่มีนมผงเจือปน ซึ่งฝ่ายเลขานุการจะนำเสนอ (ร่าง) ต่อปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ลงนามต่อไป
อัดเงินหมุนเวียน 600 ล้าน ช่วยเกษตรกร
ล่าสุดวันที่ 9 ต.ค. 2568 นายวิณะโรจน์ มอบหมายให้ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์เกษตรกร ครั้งที่ 8/2568 เพื่อพิจารณาวาระเร่งด่วนในการจัดสรรเงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรให้กับองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ใช้เป็นเงินหมุนเวียนในการรวบรวมและรับซื้อผลผลิตน้ำนมดิบของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม
ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ใช้เงินกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรดำเนินการโครงการรับซื้อน้ำนมดิบเพื่อการผลิต ระยะที่ 2 จำนวนเงิน 600 ล้านบาท เพื่อนำไปแก้ไขความเดือดร้อนของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยมีความมุ่งหวังว่าต่อจากนี้ไปการซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างเกษตรกร/สหกรณ์ และ อ.ส.ค. จะมีรอบการจ่ายค่าน้ำนมดิบเป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด
ส่งผลให้เกษตรกร/สหกรณ์ มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น ซึ่งต่อจากนี้กองทุนสงเคราะห์เกษตรกรจะได้นำเสนอครม.พิจารณาอนุมัติต่อไป
“ธรรมนัส” เดิมพันศรัทธา ฟื้นตำนานนมแห่งแผ่นดิน 3 เดือนจากนี้จะเป็น 3 เดือนแห่งความหวัง หรือจุดจบของตำนานนมไทย–เดนมาร์ค?