บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIY ขายหุ้น IPO จำนวน 655 ล้านหุ้น เปิดช่วงราคา 8.30-8.60 บาท คิดเป็นเงินระดมทุน 5.6 พันล้านบาท หรือมาร์เก็ตแคปกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2566 พร้อมประกาศแผนขยายแตะ 1,500 สาขา ภายในปี 2570

นายแอนดี้ ชิน กวานกุ้ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIY ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ทั่วไป ภายใต้แบรนด์ “MR. D.I.Y.-มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย.” เปิดเผยว่าภาพรวมธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทยในปัจจุบัน การแข่งขันยังไม่สูง ในขณะที่คาดการณ์การเติบโตของอุตสาหกรรมนี้เฉลี่ยสะสมต่อปีที่ 5.4% จากมูลค่าตลาดรวม 1.82 แสนล้านบาท ในปี 2567 และภายในปี 2572 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.37 แสนล้านบาท

ที่สำคัญผู้ค้าปลีกในรูปแบบเครือข่าย (Chain Retailer) อย่าง MR. D.I.Y. ก็กำลังเติบโตเร็วกว่าตลาด โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 15.3% ด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ 9% ภายใต้สาขาบริการทั้งหมด 1,000 สาขา โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 1.62 หมื่นล้านบาท โดยช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีถึง 28% ขณะที่มีกำไรสุทธิ 1.7 พันล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปี 30% อย่างไรก็ดีด้วยส่วนแบ่งตลาดที่ยังเป็นตัวเลขหลักเดียว สะท้อนว่าธุรกิจของ MR. D.I.Y. ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทำให้มีโอกาสในการขยายธุรกิจไปได้อีกในระยะยาว โดยบริษัทวางเป้าหมายภายในปี 2570 จะขยายสาขาให้ครบ 1,500 สาขาทั่วประเทศ หรือแผนเปิดอย่างน้อย 200 สาขา/ปี หรือเฉลี่ย 10-20 สาขา/เดือน โดย 90% จะเป็นสแตนด์อโลน เพื่อให้เข้าถึงพื้นที่ห่างไกลมากที่สุด

ล่าสุด MR. D.I.Y. เตรียมขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 655 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น ไม่เกิน 10.9% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมด โดยมีช่วงราคาอยู่ระหว่าง 8.30–8.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็น มูลค่าหุ้นตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) สูงสุด 57.1 พันล้านบาท ทั้งนี้มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) 0.5 บาท ทุนจดทะเบียน 3,000 ล้านบาท โดยหลังจากการเพิ่มทุนของบริษัท จะทำให้การเสนอขายหุ้นในครั้งนี้เป็น IPO ที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 หุ้น ทั้งนี้นักลงทุนรายย่อยสามารถจองซื้อหุ้นได้ในระหว่างวันที่ 20–22 ต.ค.นี้ ทั้งนี้จะประกาศราคาหุ้นภายในวันที่ 24 ต.ค.นี้ และคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ในช่วงต้นเดือนพ.ย.นี้

สำหรับเงินที่ได้จากการขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้บริษัทจะนำไปลงทุนพัฒนาและขยายสาขา พร้อมกับลงทุนพัฒนาคลังสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งบริษัทเพิ่งซื้อที่ดิน 159 ไร่ หรือขนาดพื้นที่คลังสินค้า 25,000 ตร.ม. ซึ่งจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2571 และสามารถรองรับการขยายสาขาได้สูงถึง 3,000 สาขา นอกจากนี้เงินเพิ่มทุนบางส่วนจะนำไปชำระคืนเงินกู้ที่มีกับสถาบันการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายแอนดี้ ยังกล่าวถึงจุดเด่นของ MR. D.I.Y. ด้วยว่า เนื่องจาก MR. D.I.Y. มีสาขาทั่วโลกรวมแล้วกว่า 5,000 แห่ง โดยเฉพาะปัจจุบันเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ส่วนในไทยเป็นแห่งที่ 3 ที่จะเข้าจะทะเบีบนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้มีความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการสินค้าที่ได้ Economies of Scale หรือ ประหยัดต่อขนาด ในขณะเดียวกันมีสัดส่วนสินค้าของไทยประมาณ 25% และมีสัดส่วนสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่ประมาณ 45% จากจำนวนสินค้าท้งหมด 1.6 หมื่นรายการ ครอบคลุมใน 6 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ (1) เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน (2) อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง (3) เครื่องใช้ไฟฟ้า (4) เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา (5) ของเล่น และ (6) สินค้าเบ็ดเตล็ดอื่นๆ

นายแอนดี้ กล่าวตอนท้ายว่าแม้ปัจจุบันกำลังซื้อของผู้บริโภคถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่จะพบว่ากลุ่มลูกค้ารายได้สูงเริ่มหันมาให้ความสนใจซื้อสินค้าราคาถูกลงโดยล่าสุดมีสัดส่วนเพิ่มจากเดิม 1% เป็น 15% ขณะที่ฐานลูกค้าหลักยังคงเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-รายได้น้อย

ทางด้านนายพิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) และหนังสือชี้ชวน ของ บมจ.มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) (MR. D.I.Y.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน