ส.อ.ท.ดึง BYD ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นในประเทศ ซึ่งเป็นโอกาสทองในการต่อยอดไทยสู่ศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาค
วันที่ 18 ตุลาคม 2568 นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยในโอกาสเข้าเยี่ยมชมโรงประกอบ โรงแบตเตอรี่ และโรงเชื่อมของบริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ BYD ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 จ.ระยอง ว่า ขณะนี้ ภาคอุตสาหกรรมชิ้นส่วนไทยต้องการให้บริษัทผู้ผลิตรายใหญ่จากจีน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (ซัพพลาย เชน) มากขึ้น แม้ต้นทุนการผลิตในไทยจะสูงกว่าเล็กน้อยจากค่าไฟฟ้า แต่การสนับสนุนผู้ผลิตในประเทศจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น การจ้างงาน และภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคมไทย
ปัจจุบันแรงงานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ลดลงเหลือประมาณ 400,000 คน จากเดิมกว่า 600,000 คน เนื่องจากการใช้ชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศ หากโรงงานต่างชาติในไทยเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจ้างงานในประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
นายเซียว ไห่ ผิง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร สำนักท่านประธานกลุ่ม บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของ BYD ในไทยเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ กำลังการผลิตเฉลี่ยเดือนละ 5,000-6,000 คัน หรือเกือบเต็มศักยภาพการผลิต ซึ่งนับตั้งแต่เริ่มผลิตเมื่อเดือนก.ค.2567 จนถึงปัจจุบันมีกำลังการผลิตสะสมแล้วกว่า 55,000 คัน คาดว่าทั้งปีจะผลิตได้กว่า 40,000 คัน
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 5,800 คน เป็นแรงงานไทย 92% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมี 80% และคาดว่าปลายปีนี้จะขยับเป็น 95% ของแรงงานทั้งหมด โดยในจำนวนนี้มีผู้บริหารประมาณ 40 คน และวิศวกรกว่า 300 คน ทั้งยังร่วมกับสถาบันการศึกษากว่า 20 แห่ง รับนักเรียน–นักศึกษาฝึกงานต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาแรงงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นในประเทศ (Local Content) 54% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนมี 45% เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนท้องถิ่นกว่า 35 ราย และความร่วมมือในประเทศกว่า 529 ชิ้นส่วน (Part) ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อการสร้างฐานการผลิตที่มั่นคงในไทย
“ตลาดยานยนต์ในไทยปีนี้ คาดว่าจะมียอดขายรถยนต์รวมประมาณ 600,000 คัน ซึ่งในจำนวนนี้ 100,000 คัน เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าไทยยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะ ประเทศผู้ผลิตรถยนต์อันดับ 10 ของโลก โดยโรงงานของ BYD มีกำลังการผลิต 150,000 คันต่อปี และมีแผนเดินสายการผลิต 2 กะ รองรับความต้องการทั้งในและต่างประเทศ“
นายเซียว ไห่ ผิง กล่าวว่า ปี 2568 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรถส่งออกที่ 40% ของกำลังการผลิตทั้งหมด คิดเป็นจำนวน 10,000 คัน จากข้อมูล ณ วันที่ 25 ส.ค.2568 ส่งออกแล้ว 959 คัน รวมรถส่งออกทั้งหมดกว่า 3,300 คัน ไปยังตลาดยุโรป เช่น อังกฤษ เยอรมนี และเบลเยียม รวมถึงเวียดนาม ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการขยายตลาดในภูมิภาคเอเชีย–แปซิฟิก
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงมีความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐานและกำลังซื้อในประเทศ แต่ก็ถือเป็นโอกาสทอง ที่จะต่อยอดสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV Hub) ของภูมิภาค โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลยังคงเดินหน้ามาตรการ EV3.0 และ EV3.5 ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น