บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการบริหารและที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทยมากว่า 31 ปี ปรับทิศธุรกิจครั้งใหญ่หลังวิกฤตโควิด-19 หันมาลงทุน “ซื้อเหมา” ห้องคอนโดมิเนียมที่เหลือขายในโครงการศักยภาพดี เพื่อบริหารขายเอง รับผลตอบแทนจากการลงทุน 20%

นายหลิน กว่าง จุง อลัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮาริสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าบริษัทอยู่ในธุรกิจที่ปรึกษาด้านการลงงทุนอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรในไทยตั้งแต่ปี 2537 โดยให้บริการตั้งแต่ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การจัดซื้อที่ดิน การพัฒนาที่ดิน การบริหารงานขายโครงการและการตลาด การประมูลทรัพย์สิน การจัดการนิติบุคคล ตลอดจนให้บริการด้านการซื้อกิจการ

แต่นับจากเกิดโควิด บริษัทได้ปรับแนวทางธุรกิจโดยหันมารุกธุรกิจ ”ซื้อเหมา” คอนโดมิเนียม จากผู้ประกอบที่มีชื่อเสียงในตลาด ในทำเลศักยภาพ ด้วยการหาผู้ร่วมลงทุนทั้งคนไทยและจีน

โดยล่าสุดบริษัทได้ร่วมทุนกับกลุ่มนักลงทุนชาวไทย และ Aurevia Asia Pacific Fangdd Network Group Ltd. จากจีน ซึ่งถือหุ้น Fangdd Network Group Ltd. บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาเทคโนโลยี สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในประเทศจีน

พร้อมจัดตั้ง บริษัท เอฟ ดี ฮาริสัน จำกัด เพื่อลงทุนซื้อเหมาและบริหารงานขาย โครงการเอ สเปซ เมกา คอนโดมิเนียม อาคาร 1 ย่านบางนา จำนวน 140 ยูนิต มูลค่าโครงการกว่า 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมไฮไรส์ โดยบริษัทซื้อจาก บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้ เรียลแอสเสทฯ ได้ซื้อโครงการมาจาก บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

โดยโครงการ เอ สเปซ เมกา คอนโดมิเนียม อาคาร 1 เป็นคอนโดมิเนียมไฮไรส์ สูง 35 ชั้น ใกล้เมกา บางนา แหล่งไลฟ์สไตล์ และศูนย์การค้าชั้นนำของกรุงเทพฯ เหมาะสำหรับอยู่อาศัยหรือการลงทุน เบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะปิดการขายได้ไม่เกิน 10 เดือนจากนี้

“การจับมือพันธมิตรในโครงการนี้นับเป็นข้อตกลงที่ได้รับประโยชน์ร่วมกันทุกฝ่าย และจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ ในการบริหารงานขายโครงการและการตลาดในกลุ่มลูกค้าชาวไทย และเป็นเจ้าของเครื่องมือการขายที่มีประสิทธิภาพโดยผ่านตัวแทนการขายอิสระ หรือ Prop2Share ที่ปัจจุบันมีสมาชิกนายหน้าอสังหาฯ ประมาณ 43,000 ราย”

ทั้งนี้เมื่อผนึกกำลังกับ Aurevia Asia Pacific Fangdd Network Group Ltd. ซึ่งถือหุ้น Fangdd Network Group Ltd. บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับการขายอสังหาริมทรัพย์โดยผ่านนายหน้าอิสระในสาธารณรัฐประชาชนจีน และเงินลงทุนจากกลุ่มนักลงทุนชาวไทย

จึงเชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพและข้อได้เปรียบจากทั้งสามฝ่ายจะร่วมกันส่งเสริมให้ทั้งความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จ สร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มช่องทางเพื่อการสร้างการรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง และถือเป็นการสร้าง Ecosystem ครบวงจรที่สอดรับการทำงานร่วมกัน

ตั้งแต่การเริ่มต้นจัดหาผลิตภัณฑ์อสังหาฯ, เงินลงทุน,สร้างแพลตฟอร์มการจัดจำหน่ายที่มีศักยภาพ และมีฐานข้อมูลลูกค้าที่พร้อมนำเสนอขายไปยังกลุ่มลูกค้าทั่วโลก

ดีลเด่นที่ผ่านมา – ซื้อเหมาคอนโดแบรนด์ดังหลายโครงการ

นายอลัน กล่าวว่าหลังเกิดโควิด ฮาริสันได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ โดยเน้นหาผู้ร่วมทุนเพื่อซื้อเหมาห้องชุดคงเหลือจากหลายโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เช่น The Room สาทร-เซนต์หลุยส์ (แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์) 40 ยูนิต มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท นีช ไพรด์ ทองหล่อ–เพชรบุรี (เสนาดีเวลลอปเม้นท์) 90 ยูนิต มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

เดอะ สเตจ เตาปูน อินเตอร์เชนจ์ (เรียลแอสเสท) 60–70 ยูนิต มูลค่าเกือบ 400 ล้านบาท เดอะโมส อิสรภาพ (เนอวานา ไดอิ) 54 ยูนิต มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท The Key MRT เพชรเกษม 48 (แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์) 100–150 ยูนิต มูลค่าราว 500 ล้านบาท

โดยทุกโครงการประสบความสำเร็จด้านการขาย และแม้บางยูนิตที่ขายไม่ได้ บริษัทก็ยังสามารถนำมาปล่อยเช่าได้ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 20 ยูนิต อัตราผลตอบแทนจากค่าเช่าค่อนข้างดี โดยหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วยังได้ราว 6% ในขณะที่ ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ซื้อเพื่อขายเฉลี่ยอยู่ที่ราว 20%

“วิน–วิน” ทั้งสองฝ่าย ผู้ประกอบการลดภาระ ฮาริสันสร้างพอร์ตระยะยาว

นายหลินกล่าวว่า การเข้าไปซื้อเหมาห้องคงเหลือในโครงการขนาดใหญ่ ไม่ได้เกิดจากปัญหาสภาพคล่องของผู้พัฒนา แต่เป็นการช่วยปิดการขาย ลดภาระค่าส่วนกลางและค่าใช้จ่ายด้านพนักงานขาย

“คอนโดบางโครงการมีถึงพันยูนิต เหลือขายเพียง 30–40 ยูนิต การที่เราซื้อเหมาไปถือเป็นกำไรของผู้ประกอบการ และยังทำให้ทีมขายสามารถโฟกัสโครงการใหม่ได้ทันที เป็นผลดีทั้งสองฝ่าย”

ตลาดอสังหาฯ หลังโควิด – ขายต่างชาติลดฮวบ แต่ไทยยังได้เปรียบ

หลังโควิด ยอดขายให้ลูกค้าต่างชาติของฮาริสันลดจากปีละกว่า 1,200 ล้านบาท เหลือเพียง 300–400 ล้านบาท ประกอบกับปัจจุบันเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดด้านการโอนเงินของจีนและเมียนมา

อย่างไรก็ตาม นายอลัน มองว่า ประเทศไทยยังมีเสถียรภาพและศักยภาพสูงกว่าหลายประเทศในภูมิภาค เพียงแต่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นด้านภาพลักษณ์ โดยเฉพาะข่าวอาชญากรรมที่เผยแพร่เกินจริงในสื่อจีน

“ความจริงแล้วไทยปลอดภัยกว่าหลายประเทศ แต่สื่อออนไลน์บางแห่งในจีนมักเสนอข่าวลักพาตัวหรืออาชญากรรมในไทย เพื่อเรียกยอดผู้ชม รัฐบาลไทยควรชี้แจงเชิงรุกและประชาสัมพันธ์ให้ถูกต้อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนต่างชาติกลับมา” นายอลันกล่าว

คอนโดไทยยังน่าลงทุน – ตลาดใหม่กำลังกลับมา

นายอลันระบุว่า ปัจจุบันตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมาโครงการใหม่เปิดตัวน้อย ขณะที่สต็อกคงเหลือในตลาดถูกดูดซับอย่างต่อเนื่อง

“อสังหาริมทรัพย์ไทยยังมีศักยภาพ โดยเฉพาะในทำเลดีและราคาจับต้องได้ นักลงทุนควรมองระยะยาว เพราะเมื่อเศรษฐกิจกลับมา ความต้องการจะเพิ่มขึ้นอีกครั้ง”

ขณะที่นายเจเดน หว่อง ประธาน Aurevia Asia Pacific Fangdd Network Group Ltd. บริษัทแม่ของ Fangdd Network Group Ltd. ผู้ให้บริการข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน เปิดเผยว่าบริษัทดำเนินธุรกิจ Property Cloud ซึ่งเป็นโซลูชันซอฟต์แวร์สำหรับผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ และบริการตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์

นอกจากนี้ยังดำเนินธุรกิจแพลตฟอร์มสำหรับตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ โดยบริษัทก่อตั้งขึ้นในปี 2554 และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทั้งในด้านการลงทุน และด้านการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการขายผ่านสื่อออนไลน์ อย่างไรก็ดีบริษัทยังมองโอกาสในการขยายลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทยอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน