ธ.ก.ส. ปล่อยกู้ฉ่ำ ครึ่งปีทะลุ 5.5 แสนล้าน–คุม NPL ต่ำกว่าเป้า6.20%

สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีบัญชี 2568 (1 เม.ย.–30 ก.ย.) ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อทั้งในและนอกภาคเกษตรรวม 551,502 ล้านบาท ทำให้ยอดสินเชื่อรวม 1,689,921 ล้านบาท มีเงินฝากสะสม 2,033,710 ล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2,435,717 ล้านบาท ควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs) อยู่ที่ 6.20% ต่ำกว่าเป้าหมาย 6.77%ธ.ก.ส. ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องและลงทุน อาทิ สินเชื่อเคหะเพื่อที่อยู่อาศัย, สินเชื่อเงินด่วนคนดี และสินเชื่อเงินด่วนกึ่งแสนสำหรับสมาชิก อสม. และ อสส. มีผู้ใช้บริการกว่า 636,945 ราย รวมทั้งสินเชื่อเงินด่วนสิบหมื่นสำหรับสมาชิก อสม.-อสส. จำนวน 277,526 ราย

ด้านเงินฝาก ธ.ก.ส. เปิดตัว สลากออมทรัพย์ชุดขุนแผนมรกต เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2568 หน่วยละ 2,000 บาท ลุ้นรางวัลใหญ่ 40 ล้านบาท พร้อมรางวัลอื่น ๆ กว่า 1 แสนรางวัลต่อเดือน อายุสลาก 2 ปี จ่ายดอกเบี้ยทันที 0.475% ต่อหน่วย มียอดฝากแล้ว 3,580 ล้านบาท หรือ 1,790,000 หน่วย

นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เงินฝากใหม่สองประเภท ได้แก่ เงินฝากทองชมพูนุช ดอกเบี้ยล่วงหน้า 1.40% ต่อปี ระยะเวลา 7 เดือน และ เงินฝากทองนพคุณ ฝากขั้นต่ำ 10,000 บาท รับดอกเบี้ยทุกเดือนแบบขั้นบันไดสูงสุด 2.15% ระยะเวลา 10 เดือน

มาตรการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ธ.ก.ส. ดำเนินมาตรการพักชำระหนี้ระยะที่ 3 (1 ต.ค. 2568 – 30 ก.ย. 2569) ครอบคลุมลูกหนี้รายย่อย 1.35 ล้านราย วงเงิน 186,935 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนการปรับโครงสร้างหนี้และฝึกอบรมเพิ่มศักยภาพอาชีพเพื่อสร้างรายได้ระหว่างพักหนี้ ปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้ว 316,000 ราย ในจำนวนนี้กว่า 114,000 รายสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% พร้อมสินเชื่อฟื้นฟูอาชีพวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย มีผู้ใช้บริการ 37,548 ราย ยอดจ่ายสินเชื่อสะสม 3,021 ล้านบาท

ธ.ก.ส. ยังดำเนินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรปลูกข้าวนาปี–นาปรัง ปี 2568 และสนับสนุนการเพาะปลูกให้เหมาะกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ ได้ประโยชน์กว่า 4.5 ล้านครัวเรือน รวมวงเงินกว่า 36,716 ล้านบาท

ด้านการพัฒนาชนบทและเกษตรกรรุ่นใหม่ ธ.ก.ส. เตรียมเปิดแพลตฟอร์มดิจิทัล BAAC Matching วันที่ 11 พ.ย. 2568 เชื่อมโยงการผลิตและการตลาดตลอดห่วงโซ่ ให้เกษตรกรรายย่อยและวิสาหกิจชุมชนเข้าถึงตลาดได้โดยตรง พร้อมสนับสนุนสินค้าเกษตร Glam และ Essence Glam ยกระดับบรรจุภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ข้าวพร้อมทานแบรนด์อุ่นอิ่ม และน้ำสับปะรด Sure Juice จากสหกรณ์ลูกค้า ธ.ก.ส. พร้อมขยายสู่การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro-Tourism) และสินค้าเกษตรมูลค่าสูงตอบโจทย์ตลาดในและต่างประเทศ

โครงการ เกษตรธนากร มุ่งพัฒนาเยาวชน 27 โรงเรียนทั่วประเทศ ให้เรียนรู้ทักษะเกษตรสมัยใหม่และความรู้ทางการเงิน สร้างผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันโครงการ สินเชื่อเกษตรวิวัฒน์ เปิดโอกาสให้ข้าราชการเกษียณและบุคลากรภาคเอกชนสร้างรายได้จากภาคเกษตร

การยกระดับองค์กรและเทคโนโลยี ธ.ก.ส. ใช้แนวคิด Re-Process & Digitize Process เพื่อลดเวลาและเพิ่มความแม่นยำ เช่น การสนับสนุนสินเชื่อชะลอข้าวผ่านแอป BAAC Mobile และระบบอำนวยสินเชื่อใหม่ที่จะเริ่มใช้ในเดือนมกราคม 2569

ด้านสิ่งแวดล้อมและ ESG ธ.ก.ส. มุ่งสู่ Carbon Neutrality ปี 2050 ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit มีชุมชนขึ้นทะเบียน T-VER แล้ว 35 ชุมชน กักเก็บคาร์บอนสะสม 3,331 ตัน สร้างพื้นที่สีเขียวกว่า 6,581 ไร่ หรือ 4.95 ล้านต้น ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสม 4,879 ตัน และปล่อยสินเชื่อ ESG แล้วกว่า 23,000 ล้านบาท จากเป้า 25,000 ล้านบาท

ผลงานดังกล่าวทำให้ ธ.ก.ส. คว้ารางวัลคุณภาพระดับประเทศและสากลมากมาย ได้แก่ TQA 2567, SOE Awards 2567, AREA 2025 ในสาขา Corporate Governance และสาขา Social Empowerment
, APEA 2025 ประเภท ความเป็นเลิศทางธุรกิจองค์กร Corporate Excellence Award, รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ 2568, และ Global Performance Excellence Award 2025 (World Class)

นายฉัตรชัย กล่าวว่า ธ.ก.ส. ไม่ใช่แค่สถาบันการเงินของรัฐ แต่เป็น “มากกว่าธนาคาร” ที่เติบโตไปพร้อมเกษตรกรและชุมชนทั่วประเทศ พร้อมก้าวสู่ปีที่ 60 ภายใต้แนวคิด “ธ.ก.ส. The Way We Are ถ้าได้สัมผัส คุณจะรัก ธ.ก.ส.”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน