นายสมพร จิตเป็นธม เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ได้เสนอให้คณะกรรมการ กอช.พิจารณาเพิ่มสัดส่วนการสมทบเงินออมให้กับสมาชิก จากปัจจุบันที่มีเพดานสมทบให้ไม่เกิน 1,200 บาทต่อราย เป็นไม่เกิน 1,500 บาทต่อราย และสมทบในอัตราเดียวกัน ทุกช่วงอายุ จากเดิมที่ 15-30 ปี รัฐสมทบไม่เกิน 600 บาท อายุ 30-50 ปี สมทบไม่เกิน 960 บาท และ 50-60 ปี สมทบไม่เกิน 1,200 บาทต่อปี เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้ามาเป็นสมาชิกและออมเงินมากขึ้น โดยคณะกรรมการได้สั่งให้ไปศึกษาผลกระทบในด้านงบประมาณและนำมาเสนออีกครั้ง
“คาดว่าหากกองทุนมีสมาชิก 1 ล้านคน กรณีที่รัฐสมทบ 1,200 บาทต่อคน เพิ่มเป็น 1,500 บาทต่อคน จะเป็นภาระต่องบประมาณเพิ่มอีก 300 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่มาก” นายสมพร กล่าวและว่า หลังจากสิ้นสุดพ.ร.บ.การให้สิทธิผู้เป็นสมาชิกในกรณีที่อายุเกิน 60 ปีเข้าเป็นสมาชิกกองทุน ซึ่งครบกำหนดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 25 ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีจำนวนผู้เข้ามาเป็นสมาชิกกองทุนเพิ่มสูงขึ้น โดยในเดือน ก.ย. มีสมาชิกใหม่เพิ่ม 72,185 ราย ในจำนวนนี้ 95% เป็นสมาชิกที่มีอายุมากกว่า 60 ปี 53,360 ราย และมีอายุ 50-60 ปี 13,216 รายจึงทำให้กองทุนมีสมาชิกในกลุ่มอายุมากกว่า 50ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 46% เป็น 53% ของจำนวนสมาชิกล่าสุดทั้งหมด 511,739 ราย โดยกองทุนตั้งเป้าสมาชิกในสิ้นปีนี้ที่ 1 ล้านราย
สำหรับเงินสมทบเข้ากองทุนปัจจุบันอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท โดยคาดว่าหากมีสมาชิกตามเป้าหมายที่ 1 ล้านรายจะทำให้เงินสมทบมีไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ กอช.อยู่ระหว่างศึกษาการนำเงินสมทบไปลงทุน เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เช่น การลงทุนในหุ้นกู้ของเอกชนเป็นต้น