นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในมีการฟื้นตัวดีขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ปรับตัวลงไปเกือบเท่าปี 2551 แต่ล่าสุดดัชนีหุ้นไทยฟื้นตัวกลับมา โดยเหลือตกอยู่ประมาณ 10% เมื่อเทียบกับดัชนีช่วงต้นปี ซึ่งนับว่าเป็นการฟื้นตัวที่รวดเร็วมาก ยิ่งไปกว่านั้น ในวันที่ 2 ก.ค.นี้ จะมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมนำหุ้นเพิ่มทุนที่ขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) เข้ามาทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรกด้วย

นายภากร กล่าวด้วยว่า แต่ตลาดหุ้นยังมีปัจจัยที่น่ากังวล คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ตลาดหุ้นอเมริกาเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ปรับยังลงไปถึง 6.9% ภายในวันเดียวจากความกังวลเรื่องการกลับมาแพร่ระบาดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ของไวรัสโควิด-2 ซึ่งยังเป็นความไม่แน่นอน ดังนั้นผู้ลงทุนต้องคอยระมัดระวังติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด

พร้อมกันนี้ มีความเป็นไปได้ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต่ออายุเกณฑ์ดูแลการซื้อขายหุ้นในตลาดเป็นการชั่วคราวออกไปอีกอย่างน้อย 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2563 ซึ่งจะเป็นวันสิ้นสุดการปรับเกณฑ์ที่ประกาศไปครั้งที่แล้ว ประกอบด้วยเกณฑ์การกำหนดราคาเสนอซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด (Ceiling & Floor) ได้ไม่เกิน 15% จากเดิม 30% และเกณฑ์การหยุดการซื้อขายโดยอัตโนมัติ (Circuit Breaker) เป็นการชั่วคราว โดยระดับที่ 1 หากดัชนีปรับตัวลดลง 8% จะหยุดการซื้อขาย 30 นาที จากเดิม 10% และกณฑ์การขายหุ้นโดยไม่มีในมือ (ชอร์ตเซล) เป็นการชั่วคราว โดยที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้มีการขออนุญาตไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้วเรียบร้อย แต่ทั้งนี้ คงต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

แต่อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาที่ตลาดฯ ได้ใช้ 3 มาตรการดังกล่าวไปสามารถดูแลการซื้อขายหุ้นในตลาดได้ค่อนข้างดี ทำให้ตลาดมีความผันผวนน้อยลง อีกทั้งการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยมีเสถียรภาพและปรับตัวไม่หวือหวาเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นเกิดใหม่หรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วบางประเทศ

ด้านนายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในเดือนพ.ค. 2563 ตลาดหลักทรัพย์ไทยฟื้นตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนสอดคล้องกับทิศทางของตลาดส่วนใหญ่ในเอเชีย ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศที่ดีขึ้นรวมถึงการผ่อนคลายกิจกรรมและกิจการต่างๆ ในระยะที่ 2-3 ทำให้ ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2563 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปิดที่ 1,342.85 จุด เพิ่มขึ้น 3.2% จากเดือนก่อน มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 65,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากค่าเฉลี่ยทั้งปี 2562 ด้านผู้ลงทุนต่างชาติมีสถานะขายสุทธิ 31,580 ล้านบาทในตลาดหลักทรัพย์ไทย ซึ่งลดลงจากเดือนก่อนและเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดในเอเชีย

นายภากร ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ให้ความสำคัญในการเข้าไปดูแลหุ้นกู้ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ซึ่งปัจจุบันได้มีความพยามแก้ปัญหาดังกล่าวไปแล้วในหลายด้าน โดยเฉพาะการใช้กลไกของตลาดในการประชุมเพื่อขอยืดอายุของหุ้นกู้ และแนวทางที่ภาครัฐดำเนินการอยู่คือการจัดตั้งกองทุนต่างๆ เพื่อให้ทั้งผู้ออกหุ้นกู้ ผู้ถือหุ้นกู้ปัจจุบันและนักลงทุนรายใหม่จะสามารถรักษาสมดุลของผลตอบแทนที่ควรจะได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน