นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตไฟฟ้าภาคเอกชนชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 3/2563 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,245 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน 13% โดยเป็นส่วนของบริษัทใหญ่ 745 ล้านบาท จากการเติบโตของกำลังการผลิตไฟฟ้าจากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน อย่างแข็งแกร่งในอัตรา 28% และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA Margin) สู่ระดับสูงสุดที่ 30.4%

ทั้งนี้ บริษัทมีการกู้เงินสกุลต่างประเทศเพื่อป้องกันความเสี่ยงในส่วนของรายได้สกุลต่างประเทศ (natural hedge) ทำให้ในช่วงไตรมาส 3/2563 เกิดรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากอัตราแลกเปลี่ยน 310 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แต่เป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 859 ล้านบาท โดยเป็นส่วนของบริษัทใหญ่ที่ 501 ล้านบาท

“ในช่วงที่เหลือของปี คาดปริมาณการขายไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมจะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมนั้นได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญต่อเนื่องมาโดยตลอด และกลับสู่ภาวะปกติในเดือนก.ย.-ต.ค. ด้วยปริมาณการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมที่กลับมาอยู่ในระดับสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนต่อเนื่องมา 2 เดือนแล้ว”

โดยความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นมาจากการฟื้นตัวจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์และโรงงานผลิตยางรถยนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของความต้องการภายในประเทศ รวมถึงจากการย้ายคำสั่งผลิตจากประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักของโควิด-19 กลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ และอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงเติบโตตลอดช่วง 9 เดือนในปี 2563 ด้วยปริมาณขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16% และ 12% ตามลำดับ

นอกจากนี้ แนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติยังเอื้อประโยชน์ต่อธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม โดยในไตรมาสสุดท้ายของปีตามประมาณการของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) คาดจะมีราคาลดลงอีกราว 6-7% จากไตรมาส 3/2563

สำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Ray Power ในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 39 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมบ่อทอง วินด์ฟาร์ม 1&2 ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 16 เมกะวัตต์ มีความคืบหน้าตามแผน มีกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 4/2563 ถึงไตรมาส 1/2564

นางปรียนาถ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 980 เมกะวัตต์ มีกำหนดการ COD ในปี 2565-2566 ตามแผนที่วางไว้ มั่นใจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ตั้งเป้าการมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาการซื้อไฟฟ้าที่ 7.2 กิกะวัตต์ ภายในปี 2568

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน