บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (1-5 ก.พ. 2564) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทขยับอ่อนค่าเล็กน้อย โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ ขณะที่มติของกนง. ซึ่งคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.50% มีผลต่อเงินบาทในกรอบจำกัด เนื่องจากเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ดี เงินบาททยอยอ่อนค่าในช่วงปลายสัปดาห์สอดคล้องกับสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ ได้รับแรงหนุนต่อเนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ดีกว่าที่คาด และความหวังต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังประธานาธิบดี โจ ไบเดน ส่งสัญญาณเร่งผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งการฉีดวัคซีนให้ประชาชนสหรัฐ ในวันศุกร์ (5 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 30.09 เทียบกับระดับ 29.94 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (29 ม.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-12 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 29.90-30.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความคืบหน้าของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ ถ้อยแถลงของประธานเฟด และสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. (เบื้องต้น) นอกจากนี้ ตลาดอาจรอติดตามข้อมูลเดือนม.ค. ของจีน อาทิ ดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิต ด้วยเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,496.61 จุด เพิ่มขึ้น 2.02% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 78,305.73 ล้านบาท ลดลง 10.57% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 3.82% มาปิดที่ 369.95 จุด

ภาพรวมหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อนและเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ แม้จะเผชิญกับแรงเทขายจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติเกือบตลอดสัปดาห์ก็ตาม โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่ประกาศในระหว่างสัปดาห์ซึ่งออกมาดีกว่าคาด อาทิ เครื่องชี้ภาคการผลิตและบริการ รวมถึงตัวเลขตลาดแรงงานเดือนม.ค. ตลอดจนความพยายามในการผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ขณะที่หุ้นหลายกลุ่มปรับตัวขึ้นในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารและพลังงาน

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (8-12 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,485 และ 1,470 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,510 และ 1,525 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์โควิด-19 ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/63 ของบจ.ไทย ความคืบหน้าเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-จีน ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. และตัวเลขผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ของจีน ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค.ของญี่ปุ่น รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนธ.ค. 2563 ของยูโรโซน


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน