บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ (24-28 พ.ค. 2564) สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางค่าเงินหยวนและสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากสถานะซื้อสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ และข้อมูลการส่งออกเดือนเม.ย. ของไทยที่เติบโตดีกว่าตัวเลขคาดการณ์ของตลาด นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันระหว่างสัปดาห์ หลังจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดออกมากล่าวย้ำว่า เฟดจะยังคงผ่อนคลายนโยบายการเงินอย่างต่อเนื่อง และมองว่า เงินเฟ้อของสหรัฐ จะเป็นภาวะชั่วคราว ในวันศุกร์ (28 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.25 เทียบกับระดับ 31.38 บาทต่อดอลลาร์ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 พ.ค.)
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (31 พ.ค.-4 มิ.ย.) ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.15-31.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดและรายงานเศรษฐกิจการเงินเดือนเม.ย. ของธปท. รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน การจ้างงานภาคเอกชนจาก ADP ดัชนี PMI/ISM ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ค. รายจ่ายด้านการก่อสร้างเดือนเม.ย. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงาน Beige Book ของเฟด นอกจากนี้ ตลาดยังรอติดตามการประชุม G-7 สถานการณ์โควิด-19 ในต่างประเทศ และดัชนี PMI ภาคการผลิตและบริการเดือนพ.ค. ของจีน ยูโรโซน และอังกฤษเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย หุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,581.98 จุด เพิ่มขึ้น 1.90% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 110,624.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.58% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 1.02% มาปิดที่ 480.20 จุด
หุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบช่วงต้นสัปดาห์ ก่อนจะดีดตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ตามแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงาน เทคโนโลยีและการเงิน ประกอบกับมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขส่งออกไทยเดือนเม.ย. ที่ขยายตัวดี พ.ร.ก. กู้เงิน 5 แสนล้านบาทเพื่อเยียวยาโควิด-19 และความคาดหวังต่อโอกาสในการนำเข้าวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติม นอกจากนี้ บรรยากาศตลาดหุ้นต่างประเทศหลังตัวเลขแรงงานสหรัฐ ออกมาดีก็ช่วยหนุนทิศทางหุ้นไทยด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี นักลงทุนต่างชาติยังมีสถานะขายสุทธิหุ้นไทย ขณะที่การปรับลดน้ำหนักลงทุนหุ้นไทยโดย MSCI มีผลในสัปดาห์นี้
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (31 พ.ค.-4 มิ.ย.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,575 และ 1,565 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,600 และ 1,615 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การพิจารณาร่างพ.ร.บ. งบประมาณประจำปี 2565 สถานการณ์โควิด-19 ตลอดจนการควบคุมสถานการณ์การระบาดและการกระจายวัคซีนโควิด-19 ในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการประชุมโอเปกพลัส ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนพ.ค. ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนพ.ค. ของจีน ญี่ปุ่นและยูโรโซน