นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์ ณ สิ้นเดือนพ.ค. 2564 ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,593.59 จุด เพิ่มขึ้น 10% จากสิ้นปี 2563 ซึ่งถือเป็นการปรับเพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในประเทศอื่นๆ โดยอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่าภาพรวมตลาดเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2563 ได้แก่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มเทคโนโลยี และ กลุ่มธุรกิจการเงิน
ทั้งนี้ ในเดือนพ.ค. มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 109,446 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.8% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยใน 5 เดือนแรกปี 2564 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 98,859 ล้านบาท
ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ที่ 34,054 ล้านบาท และทำให้ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยรวม 66,870 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนในประเทศมีสถานะเป็น ผู้ซื้อสุทธิ 101,236 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เดือนก.พ. 2563 ที่มีการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 นักลงทุนในประเทศมีสัดส่วนการซื้อขายสูงที่สุดมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันในช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ มีมูลค่าระดมทุน (ไอพีโอ) สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดหลักทรัพย์อื่นๆ ในอาเซียน โดยสาเหตุหลักมาจากการเข้าจดทะเบียนของบมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) และ บมจ. เงินติดล้อ (TIDLOR)