นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4,210.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 72.9% มีรายได้รวม 19,217.47 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้การขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในออสเตรเลียและส่วนแบ่งกำไรของกิจการร่วมทุน อีกทั้งต้นทุนและค่าใช้จ่ายลดลง
“ครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าอีก 2 แห่ง กำลังผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นรวม 160.31 เมกะวัตต์ มีกำหนดจะเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในเดือนต.ค.นี้ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเรียว กำลังผลิตติดตั้งรวม 296.23 เมกะวัตต์ ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ ในอินโดนีเซีย (บริษัทถือหุ้น 49%) และโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน กำลังการผลิตติดตั้งรวม 29.70 เมกะวัตต์ ในเวียดนาม (บริษัทถือหุ้น 51.04%) ซึ่งจะส่งผลให้ฐานะทางการเงินของบริษัทแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”
โดยปีนี้บริษัทมีแผนลงทุนเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าอีก 584 เมกะวัตต์ ให้ถึงเป้าหมาย 8,874 เมกะวัตต์ ซึ่งปัจจุบัน ได้เจรจาเพื่อเข้าร่วมลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลักและพลังงานทดแทนที่ดำเนินงานแล้วในต่างประเทศ หากดำเนินการได้สำเร็จ จะมีกำลังการผลิตเชิงพาณิชย์เพิ่มอีกประมาณ 970 เมกะวัตต์ และรับรู้รายได้ในทันที และมีแผนจัดหาเงินรองรับการลงทุนของบริษัทในช่วงปี 2564-2568 ทั้งเงินกู้และการเพิ่มทุน เพื่อให้เป้าหมาย 10,000 เมกะวัตต์
สำหรับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทมีการลงทุนในธุรกิจที่นอกเหนือผลิตไฟฟ้า โดยการเข้าลงทุนในธุรกิจบริการสุขภาพ 1 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 1,557.71 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการผลิตของกลุ่มโรงไฟฟ้าที่เป็นสินทรัพย์หลักของบริษัทได้เป็นอย่างดี กำลังผลิตเชิงพาณิชย์ที่บริษัทรับรู้จากการลงทุนรวม 7,053 เมกะวัตต์ และสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทเป็นเงิน 18,948.66 ล้านบาท (จากรายได้รวม 19,217.47 ล้านบาท) ซึ่งในจำนวนนี้เป็นรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงหลัก 17,628.34 ล้านบาท และรายได้จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน 1,320.32 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 6 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทได้ใช้เงินลงทุนในโครงการเดิมและโครงการใหม่ รวมเป็นเงิน 5,440 ล้านบาท เป็นโครงการใหม่ ได้แก่ การเข้าซื้อหุ้น 10% ของบริษัท พริ้นซิเพิล แคปิตอล จำกัด (มหาชน) และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมอีโค่วิน ในเวียดนาม
นอกจากนี้ บริษัทยังลงนามสัญญาร่วมทุน 2 โครงการในสปป. ลาว ซึ่งเป็นการลงทุนผ่านบริษัท ราช-ลาว เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสปป. ลาว ได้แก่ โครงการผลิตเชื้อเพลิงชีวมวลอัดแท่ง (ถือหุ้น 25%) และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เวียงจันทน์ (ถือหุ้น 9.91%) มีกำหนดชำระเงินลงทุนในไตรมาส 3/2564