สรุปภาวะการซื้อขายในวันที่ 14 ก.พ. 2565 SET Index ปิดที่ 1,684.69 จุด เปลี่ยนแปลง -14.51 จุด หรือ -0.85% มูลค่าการซื้อขาย 86,377 ล้านบาท โดย SET Index แกว่งตัวในแดนลบ สอดคล้องกับภูมิภาค

วันนี้จะมีการประชุมเเบบปิดของคณะกรรมการธนาคารกลางสหรัฐ คาดการณ์ปัจจัยนี้เป็นกดดันตลาดสินทรัพย์เสี่ยง เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าดอกเบี้ยจะถูกขึ้นเร็วกว่ากำหนดทางด้านสถานการณ์ภายนอกประเทศระหว่างรัสเซียเเละยูเครน หลังสหรัฐคาดว่าหากรัสเซียบุกยูเครนอาจบุกด้วยการยิงมิสไซล์เเละระเบิดเป็นจำนวนมาก

ซึ่งสถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก หากเกิดสถานการณ์รุนเเรงมากกว่าที่คาดคิดไว้ อาจทำให้สินทรัพย์เสี่ยงปรับตัวลดลงเป็นปัจจัยกดดันตลาดในระยะสั้น ในขณะที่อาจจะเป็นบวกต่อราคาทองและน้ำมัน ส่งผลทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานแกว่งตัวในแดนบวก

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อการที่นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ต้นปีนี้ซื้อไปแล้วกว่า 5.80 หมื่นล้านบาท แม้จะเผชิญความกังวลจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของ FED ก็ตาม เราคาดจะยังหนุนหุ้นในกลุ่ม BIG Cap. ปรับตัวขึ้นได้ต่อ

อย่างไรก็ตาม เราเริ่มเห็นจำนวนสถานะคงค้างของ SET50 Index Futures วันศุกร์ที่ผ่านมาเริ่มลดลงเป็นวันแรกตั้งแต่ช่วง ก.พ. นี้ โดยลดลงสู่ระดับ 5.33 แสนสัญญา จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 5.43 แสนสัญญา เป็นปัจจัยบ่งชี้แนวโน้มการเผชิญแรงขายทำกำไรของตลาดหุ้นไทย หลังเร่งตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้าได้

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรกได้แก่
1. KBANK มูลค่าการซื้อขาย 5,357,662.95 บาท 168.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
2. PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,095,408.58 บาท 40.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.25 บาท (+0.62%)
3. BANPU มูลค่าการซื้อขาย 2,846,627.97 บาท 11.50 บาท เพิ่มขึ้น +0.20 บาท (+1.77%)
4. BBL มูลค่าการซื้อขาย 2,756,591.30 บาท 146.00 บาท ลดลง -2.00 บาท (-1.35%)
5. ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 2,512,354.40 บาท 234.00 บาท ลดลง -3.00 บาท (-1.27%)

บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน)


ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน