นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG เปิดเผยว่า BTG ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ได้รับกระแสตอบรับที่ดีในการเข้าลงทุนจากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่ามกลางสภาวการณ์เศรษฐกิจและการลงทุนที่มีความผันผวนสูง ขณะที่นักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศไทยให้ความสนใจในการจองซื้อเป็นจำนวนมาก สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รวมถึงศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของเบทาโกรในฐานะบริษัทอาหารชั้นนำระดับสากล

โดยการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ มีมูลค่าเสนอขายรวม 20,000 ล้านบาท (รวมการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน) ที่ราคาเสนอขาย 40.00 บาทต่อหุ้น นับเป็น IPO ของหุ้นในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารที่มีมูลค่าเสนอขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุนไทยเท่าที่เคยมีมา และยังมีมูลค่าการเสนอขายสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้

“ผมและทีมผู้บริหารมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่หุ้น BTG ได้รับความสนใจพร้อมกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาในประเทศไทย การระดมทุนและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเบทาโกร ในการมุ่งสู่การเป็นบริษัทจดทะเบียนชั้นนำในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีศักยภาพในการสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทอาหารชั้นนำระดับสากล (World-Class Branded Food Company) ที่มีความแตกต่างและโดดเด่นจากบริษัทจดทะเบียนรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน ด้วยโมเดลธุรกิจแบบครบวงจรครอบคลุมตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ มีแบรนด์สินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายและครอบคลุมทั้งในประเทศไทยและอีกกว่า 20 ประเทศทั่วโลก”

โดยเบทาโกรวางแผนจะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนไปต่อยอดความสำเร็จ เพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ได้แก่ 1. การลงทุนเพื่อการเข้าซื้อ และ/หรือก่อสร้างฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ประมาณ 8,000 ล้านบาท 2. การปรับโครงสร้างเงินทุนผ่านการชำระหนี้สินระยะสั้นและ/หรือระยะยาวให้แก่สถาบันการเงินประมาณ 8,960-10,500 ล้านบาท และ 3. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงาน ไม่เกิน 1,021 ล้านบาท

สำหรับผู้ลงทุนที่พลาดโอกาสลงทุนในครั้งนี้ สามารถซื้อหุ้น BTG ได้ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยคาดว่าหุ้น BTG จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรกในวันพุธที่ 2 พ.ย. 2565 พร้อมเริ่มทำการรักษาเสถียรภาพของราคาหุ้นในตลาดรอง (Stabilization) เป็นระยะเวลาไม่เกิน 30 วันแรกนับจากวันที่ 2 พ.ย. เพื่อช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้นและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน