นายวี อี เชียง รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารยูโอบี เปิดเผยว่า ยูโอบี ดำเนินการเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในมาเลเซียและไทยอย่างเสร็จสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ส่วนในอินโดนีเซียและเวียดนามคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 โดยกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยนี้ประกอบด้วยกลุ่มลูกค้าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันและมีหลักประกัน ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง และธุรกิจเงินฝากรายย่อย
ขณะเดียวกันหลังเสร็จสิ้นกระบวนการเข้าซื้อกิจการแล้ว ในช่วง 3-5 ปีจากนี้ขนาดธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในทั้ง 4 ประเทศ จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หรือเป็น 10 ล้านคน จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าจำนวน 5.3 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นฐานลูกค้าคนไทย 50% หรือกว่า 2 ล้านคน

ขณะเดียวกันยูโอบี จะยังคงให้ความสำคัญกับการโอนย้ายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปในทั้ง 4 ประเทศ และการโอนย้ายลูกค้าทั้งระบบจะแล้วเสร็จในอีก 12-18 เดือนข้างหน้า ด้วยเครือข่ายการให้บริการ สาขาและเครือข่ายพันธมิตรที่หลากหลาย จากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้ยูโอบี สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่มากยิ่งขึ้นแก่กลุ่มลูกค้าที่ขยายเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ธนาคารในการขยายธุรกิจธนาคารลูกค้ารายย่อยในภูมิภาคอาเซียน นอกจากธุรกิจหลักของธนาคารในประเทศสิงคโปร์
ทางด้านน.ส.วีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบุคคลธนกิจ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในส่วนของการโอนย้ายผู้บริหารระดับสูง พนักงานฝ่ายปฏิบัติการ และฝ่ายขาย จากซิตี้แบงก์ไทยราว 1,800 คน หรือกว่า 90% จะเข้าร่วมงานกับทางธนาคารยูโอบี จะมีพนักงานเพียง 5-6% ที่ไม่ได้มา ส่วนหนึ่งเป็นพนักงานเกษียณอายุและหรือพนักงานที่มีอายุงานไม่มากอาจต้องการเปลี่ยนงาน
ทางด้านนายยุทธชัย เตยะราชกุลรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี กล่าวว่า การที่ 2 องค์กรใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้ารายย่อยมารวมกันในครั้งนี้ ทำให้ฐานลูกค้าใหญ่ขึ้นมีทีมดูแลลูกค้าบัตรเครดิต ทีมบริหารความเสี่ยง และรวมถึงทีมบริการลูกค้าได้ดีมากขึ้น สอดคล้องกับธนาคารยูโอบีที่ต้องการขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเท่าตัวในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันในส่วนของลูกค้าบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ ในระยะ 1 ปีจากนี้ โดยธนาคารยูโอบีจะทยอยเปลี่ยนบัตรเครดิตใหม่ให้กับลูกค้าทั้งหมด ในส่วนของการบริการต่างๆ จะกระทบลูกค้าให้น้อยที่สุด ไม่ว่าจะการทำธุรกรรมตัดค่าน้ำค่าไฟ หรือแม้กระทั่งหนี้บัตรเครดิตที่ยังค้างอยู่โอนมาในระบบของยูโอบี และทันทีที่ระบบงานธุรกิจหลัก ไม่ว่าจะสินเชื่อ บัตรเครดิตและเงินฝากย่ายมาอยู่ในระบบยูโอบีแล้ว ระบบที่เป็นดิจิทัลทั้งหมดทั้งโมบายแอพฯ และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้งทั้งหมดจะย้ายมาใช้บนแพลตฟอร์มของธนาคารยูโอบีทั้งหมด