สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 พ.ย. 2565 ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ล่าสุด 1,623.38 จุด -13.91 จุด (-0.85%) มูลค่าการซื้อขาย 64,876.47 ล้านบาท
นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (14 พ.ย.) ปรับตัวลงตามทิศทางตลาดเอเชีย ประกอบกับผลประกอบการในไตรมาส 3/2565 ที่ทยอยประกาศใกล้ครบทุกบริษัท ทำให้มีแรงขายเมื่อความจริงปรากฏ หรือ sell on fact ออกมา โดยเฉพาะแรงขายกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ ทำให้มีแรงขายออกมา
อีกทั้งค่าเงินบาทเริ่มชะลอการแข็งค่า หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาก สะท้อนเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติชะลอไหลเข้า ทำให้นักลงทุนขายลดความเสี่ยงในระยะสั้น สำหรับประเด็นหุ้น บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ MORE ส่งผลกระทบจิตวิทยาต่อหุ้นขนาดกลางและเล็ก และหุ้นที่เชื่อมโยงกับ MORE เนื่องจาก MORE มีการลงทุนในบริษัทอื่น อาทิ HEMP, COMAN ทั้งนี้ ดัชนี mai วันนี้ปรับตัวลง 1.5% ขณะที่ดัชนี SET ลบ 0.9%
โดยหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ
1.PTT มูลค่าการซื้อขาย 3,493.80 ล้านบาท -0.75 บาท (-2.16%)
2.KBANK มูลค่าการซื้อขาย 2,549.69 ล้านบาท -3.50 บาท (-2.36%)
3.AOT มูลค่าการซื้อขาย 2,411.20 ล้านบาท -0.50 บาท (-0.66%)
4.PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 2,095.81 ล้านบาท -0.50 บาท (-0.26%)
5.CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,572.73 ล้านบาท 0.00 บาท (0.00%)
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในวันพรุ่งนี้ (15 พ.ย.) คาดว่าดัชนีจะแกว่งต้วในกรอบแคบ หรือ ไซด์เวย์ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาหนุนตลาด แนะให้เลือกลงทุนหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/2565 คาดว่าจะดี โดยให้แนวรับที่ 1,615, 1,620 จุด แนวต้านที่ 1,630 จุด