นายศิริพงษ์ อุ่นทรพันธุ์ ประธานคณะกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอ็ดวานซ์อินฟอร์เมชั่นเทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT ผู้นำในธุรกิจรับเหมาระบบสารสนเทศและการสื่อสารอย่างครบวงจร เปิดเผยถึงผลประกอบการประจำปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จำนวน 6,727 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 7,035 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 527 ล้านบาท ถือเป็นการรักษาอัตราการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
โดยที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ทยอยส่งมอบงานให้แก่ลูกค้าทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ได้แก่ โครงการซื้อขายและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ (ระยะที่ 2) ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, โครงการงานจ้างพัฒนาระบบติดตามขบวนรถไฟและจัดการงานขนส่งสินค้าของการรถไฟแห่งประเทศไทย, โครงการซื้อขายระบบสำหรับขยายบริการ GDCC (VM) ของ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้า ในการให้บริการออกแบบและรับเหมาวางระบบโครงข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ครอบคลุมด้านโทรคมนาคมและไอซีที เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล ตามนโยบายภาครัฐในเรื่อง Thailand 4.0 ที่ขับเคลื่อนให้มีการลงทุนในเทคโนโลยี 5G มีการก่อสร้างระบบเครือข่ายและอุปกรณ์สื่อสารชนิดต่างๆ เพื่อรองรับการใช้งานที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติเสนอจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.17 บาท (พาร์ 1 บาท) โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 20 เม.ย. 2566 และกำหนดจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 พ.ค. นี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.15 บาท (สิบห้าสตางค์) ที่จ่ายเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2565 ส่งผลให้ในปี 2565 บริษัทฯ จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.32 บาท
นายศิริพงษ์ กล่าวอีกว่า ปี 2566 ถือเป็นการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 “The Next Decade” ของบริษัทฯ ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจในคอนเซปต์ ‘DECADE’ คือ D: Determined มีความมุ่งมั่น, E: Elaborated มีความละเอียดรอบคอบ, C: Connection มีเครือข่ายที่แข็งแรง, A: Ambitious มีความทะเยอทะยานสู่ความสำเร็จ, D: Dare ความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และ E: Expansion มีการขยายงานอย่างต่อเนื่อง
โดยการดำเนินงานในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายรายได้ 7,000 ล้านบาท โดยส่วนหนึ่งมาจากมูลค่างานที่มีอยู่ในมือ (Backlog) ซึ่ง ข้อมูล ณ วันที่ 13 ก.พ. 2566 มีมูลค่างานในมือ (Backlog) จำนวน 6,700 ล้านบาท รวมถึงงานอยู่ระหว่างรอคำสั่งซื้อจากลูกค้า (Waiting for P/O) อีกจำนวน 150 ล้านบาท และอีกส่วนหนึ่งมาจากแผนงานของทางฝ่ายขายที่ได้วางเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนดไว้
สำหรับความคืบหน้าลงทุนในธุรกิจซื้อขายคาร์บอนเครดิต รวมถึงการปลูกป่าสักเชิงเศรษฐกิจจำนวนประมาณ 1,000 ไร่ ซึ่งปัจจุบัน AIT ได้ดำเนินการในการหาที่ดินสำหรับปลูกป่าเรียบร้อยแล้ว โดยที่ดินดังกล่าวตั้งอยู่ที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา