สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 24 มี.ค. 2566 วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกสลับลบ ดัชนีปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านทางจิตวิทยา บริเวณ 1,600 จุด แล้วย่อตัวลง แรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แต่มีแรงขายออกมาในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นในวันก่อนหน้า ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,591.85 จุด -1.80 จุด -0.11% มูลค่าการซื้อขาย 44,924.85 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัยคาดดัชนีสัปดาห์นี้ยังแกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยตลาดยังแรงหนุนจากที่เฟด ส่งสัญญาณใกล้ยุติวงจรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เริ่มรีบาวด์หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดกรอบดัชนีในที่ 1,570-1,620 จุด
สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำแกว่งตัวผันผวน หลังธนาคารเฟดประกาศอุ้มสภาพคล่องของ SVB และเตรียมเงินกู้ให้แก่ธนาคารพาณิชย์อีก 2 ล้านล้านดอลลาร์เข้าสู่กลุ่มธนาคารพานิชย์ สอดคล้องกับ UBS ให้ความช่วยกับ Credit Suisse ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจึงเผชิญแรงซื้อเพิ่มขึ้นโดยทำจุดสูงสุดที่ 2,009$/oz
ขณะที่เฟดมีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับ 0.25% ในการประชุมเดือนมี.ค. ส่งผลให้กรอบดอกเบี้ยขึ้นมาสู่ระดับ 4.75-5.00% พร้อมทั้งส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในการประชุมเดือนพ.ค.นี้ส่งผลให้ตลาดผ่อนคลายมากขึ้น สะท้อนผ่านผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐอ่อนตัวลงระดับ 3.39% ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ที่ปรับตัวลงต่อเนื่องจากระดับ 104.00 เหลือ 102.63 ขณะที่ SPDR เข้าซื้อต่อเนื่องที่ระดับ 10.7 ตัน
ส่วนสัปดาห์หน้าจับตาประกาศตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและเงินเฟ้อส่วนบุคคล Core PCE ของสหรัฐ ขณะที่สัญญาณ SPDR มีแนวโน้มดีมากขึ้นหลังกลับเข้าซื้อทองคำในเดือนมี.ค.แล้วกว่า 7.81 ตัน เป็นแรงหนุนทองคำ
ฝ่ายวิจัยประเมินว่าแนวโน้มราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวมากขึ้น ขณะที่เฟดยังยืนยันปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในไตรมาส 2/66 เพื่อสกัดเงินเฟ้อ ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินปรับตัวสูงขึ้น ปริมาณหนี้เสียที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ธนาคารขนาดเล็กอาจจ่อล้มละลายเพิ่ม ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย จึงได้รับผลบวก มองราคาทองคำอาจทรงตัวในกรอบ 1,950-2,030$/oz คำแนะนำซื้อขายตามกรอบที่ให้ไว้