สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 12 พ.ค. 2566 วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่อง ลงต่ำสุดถึง -17 จุด จากแรงขายหุ้น Big Cap. กดดันดัชนี ทั้งกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และอิเล็กทรอนิกส์ แต่มีแรงซื้อกลับในภาคบ่าย ทำให้ดัชนีลดช่วงลบลง นักลงทุนติดตามการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. นี้ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,561.35 จุด -6.05 จุด -0.39% มูลค่าการซื้อขาย 57,109.23 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (15-19 พ.ค.) มีโอกาสปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up หลังรู้ผลการเลือกตั้งในประเทศ ประกอบกับสิ้นสุดการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาการพิจารณาเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐเพื่อเลี่ยงผิดนัดชำระหนี้ มองกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,530-1,580 จุด

ด้านราคาทองคำ สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำเคลื่อนไหว Sideway up หลังประกาศตัวเลขเงินเฟ้อเดือนเม.ย. ของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 4.9% แนวโน้มเงินเฟ้ออ่อนตัวลงอีกทั้งเฟดเริ่มส่งสัญญาณยุติการปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้ตลาดผ่อนคลายมากขึ้น สอดคล้องกับผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐที่อ่อนตัวลงสู่ 3.43% หนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดบริเวณ 2,048$/oz ขณะที่ SPDR เข้าซื้อเพิ่มขึ้น 7.8 ตัน

ปลายสัปดาห์หน้า ติดตามแถลงการณ์ของประธานเฟดและผลการประชุมการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ โดยตลาดคาดว่าสภาคองเกรสของสหรัฐจะปรับเพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ
ฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาทองคำทรงตัวในกรอบ 1,985 -2,030$/oz โดยการขยายเพดานหนี้เป็นปัจจัยกดดันระยะสั้น ขณะที่ยอดค้าปลีกสหรัฐซึ่งประกาศในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มอ่อนตัวลง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางเงินที่เพิ่มขึ้น คำแนะนำซื้อขายตามกรอบที่ให้ไว้

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน