สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 26 พ.ค. 2566 วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหว sideway ในแดนลบ จากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง และหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ นักลงทุนยังติดตามความคืบหน้าในการเจรจาขยายเพดานหนี้สหรัฐ รวมถึงตัวเลข PCE ของสหรัฐ เพื่อบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,530.84 จุด -4.58 จุด -0.30% มูลค่าการซื้อขาย 38,787.30 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (29 พ.ค.-2 มิ.ย.) ยังแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการเจรจาปรับเพิ่มเพดานหนี้ของสหรัฐที่ยังคงยืดเยื้อ ประกอบปัจจัยในประเทศยังติดตามการจัดตั้งรัฐบาลอย่างใกล้ชิด มองกรอบการเคลื่อนไหวที่ 1,515-1,550 จุด
ขณะที่ตลอดสัปดาห์นี้ ราคาทองคำอ่อนตัวลงแรงหลุดแนวรับสำคัญ 1,950$/oz หลังตลาดจับตาการเจรจาขยายเพดานหนี้ของสหรัฐมูลค่า 34 ล้านล้านดอลลาร์ โดยจะครบกำหนดช่วงต้นเดือนมิ.ย.นี้ แม้การเจรจาจะมีแนวโน้มดีแต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้ สอดคล้องกับประกาศตัวเลข GDP 1Q66 ของสหรัฐออกมาสูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 1.3% ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง โดยสะท้อนผ่านผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นระดับ 3.86% หนุนให้ดอลลาร์แข็งค่ากดดันราคาทองคำ ขณะที่ SPDR เข้าซื้อ 4.33 ตัน
สัปดาห์หน้า (29 พ.ค.-2 มิ.ย.) จับตาประกาศตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐและการเจรจาขยายเพดานหนี้ มองกดดันตลาดในระยะสั้น เนื่องจากกระทรวงการคลังของสหรัฐได้เตือนฝั่งการเมือง เพราะไม่ต้องการผิดนัดชำระหนี้ อีกทั้งต้องการให้การบริหารประเทศและเศรษฐกิจสามารถดำเนินต่อไปได้ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงดังกล่าวได้สำเร็จจะเป็นปัจจัยหนุนแก่ราคาทองคำ
ฝ่ายวิจัยประเมินว่าสหรัฐจะไม่ผิดนัดชำระหนี้แต่อาจมีการชัตดาวน์ ซึ่งเรามองว่าไม่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยทางเทคนิคที่อ่อนแอยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาทองคำ คาดการณ์ราคาทองคำอาจแกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1,930-1,980$/oz คำแนะนำซื้อขายตามกรอบที่ให้ไว้
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด