สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 31 พ.ค. 2566 วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงการซื้อ-ขาย หลังจากในช่วงเช้าสศอ. รายงานดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม เดือนเม.ย. -8.14%YoY, 4 เดือน -4.7% หดตัวต่อเนื่องรับผลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว และในภาคบ่ายกนง. มติเอกฉันท์ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ตามตลาดคาด

โดยแรงขายมากในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงแรง ในขณะที่แรงซื้อเข้ามาในหุ้นกลุ่มไอซีที และกลุ่มการเงิน ประกอบกับมีการปรับหุ้นเข้า-ออก MSCI ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,533.54 จุด -1.27 จุด -0.08% มูลค่าการซื้อขาย 90,640.67 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1) MAKRO มูลค่าการซื้อขาย 80,317 ล้านบาท +0.25, (+0.62%)
2) CPALL มูลค่าการซื้อขาย 63,295 ล้านบาท +0.25, (+0.39%)
3) TU มูลค่าการซื้อขาย 42,616 ล้านบาท -0.50, (-3.29%)
4) DELTA มูลค่าการซื้อขาย 39,370 ล้านบาท +2.25, (+2.33%)
5) BDMS มูลค่าการซื้อขาย 33,760 ล้านบาท -0.25, (-0.88%)

แม้ว่าดัชนีจะอ่อนตัวลงแต่สามารถกลับมาปิดสร้างแท่งเทียนเขียวและกลับมาพักฐานที่เส้น EMA 5 วันและ 10 วันได้ ทำให้ยังไม่เสียทรงการรีบาวด์ โดยในภาพใหญ่ยังแกว่งตัวในกรอบ 1,500-1,550 จุด เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองที่ยังมีความไม่แน่นนอนคอยกดดันเมื่อปรับตัวใกล้แนวต้าน ขณะที่สัญญาณ MACD และ RSI ที่เคลื่อนไหวสวนทางกันเป็นสัญญาณของการพักฐาน

คำแนะนำ ลงซื้อขึ้นขายในกรอบ 1,525-1,545 จุด

บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน