สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 16 มิ.ย. 2566 วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยช่วงเช้าปรับตัวขึ้นถึง +10 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ แต่ดัชนีมีการย่อตัวต่อเนื่อง โดยในภาคบ่ายปรับตัวลดลงต่ำสุดราว -11 จุด โดยมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,559.39 จุด +1.68 จุด +0.11% มูลค่าการซื้อขาย 58,425.33 ล้านบาท

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้ามีโอกาสแกว่งตัว Sideway ออกข้าง โดยมีแรงหนุนจากตลาดคาดหวังว่าเฟด ใกล้จะยุติวงจรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงรุก ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามประเด็นการจัดตั้งรัฐบาลอย่างใกล้ชิ คาดกรอบดัชนีที่ 1,530-1,575 จุด

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำมีแกว่งตัว sideway down หลังมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อผู้บริโภคต่ำกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 4.0% และผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ (FOMC) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย ทำให้กรอบดอกเบี้ยอยู่ที่ระดับ 5.00-5.25% อย่างไรก็ตาม เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในครึ่งปีหลังสู่ระดับ 5.6% ความกังวลดังกล่าวหนุนผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.81% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ นอกจากนี้ กองทุน SPDR มีสถานะขายกว่า -9.86 ตันตั้งแต่ต้นเดือนมิ.ย.

สัปดาห์หน้านักลงทุนต้องติดตามความเคลื่อนไหวระหว่างญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากปัจจุบันญี่ปุ่นได้จัดหาอาวุธให้กับสหรัฐเพื่อช่วยเหลือยูเครน จึงสร้างความไม่พอใจให้กับรัสเซียและจีนอย่างมาก ทำให้ปัญหาทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ปัจจัยดังกล่าวเป็นตัวหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย อีกทั้งช่วงปลายสัปดาห์มีประกาศตัวเลขดัชนีฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคบริการของสหรัฐ

ฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาทองคำยังสามารถทรงตัวในระดับสูงได้ เนื่องจากตลาดกังวลการเกิดสงคราม ด้านยอดผู้ขอรับสวัสดิการของสหรัฐสูงกว่าคาดการณ์เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ ทั้ง 2 ปัจจัยข้างเป็นปัจจัยหลักหนุนราคาทองคำ ระหว่างสัปดาห์หากราคาทองคำปรับตัวลงไม่หลุดแนวรับบริเวณ 1,930$/oz คำแนะนำทยอยเข้าซื้อสะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน