นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส จำกัด ผู้นำเข้า ผลิต และจัดจำหน่าย ทองคำแท่ง ทองรูปพรรณ เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำจากนี้ยังเป็นขาขึ้น โดยจะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ได้อีกครั้งภายในครึ่งปีแรก 2567 จากการประเมินสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันทั้งความกังวลเรื่องเศรษฐกิจถดถอยของประเทศเศรษฐกิจใหญ่อเมริกาและยุโรป รวมถึงปัญหาความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การสู้รบของรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งคาดว่าจะยังคงอยู่และไม่จบในเร็ววัน ทำให้มีโอกาสที่ราคาทองคำจะยังมีแนวโน้มขาขึ้น
โดยน่าจะเห็นราคาทองคำในประเทศอยู่ที่ระดับ 30,000 บาท/บาททองคำไปอีกนาน และมองว่าจากสถานการณ์ปัจจุบันมีโอกาสน้อยมากที่ราคาทองคำจะปรับลงไปแตะ 29,000 บาท/บาททองคำ ขณะเดียวกันมองว่าจุดสูงสุดของราคาทองคำรอบใหม่จะอยู่บริเวณ 32,850-33,000 บาท/บาททองคำ
“ปี 2567 ยังเป็นปีทองของตลาดทองคำ โดยจะเห็นว่าทองคำอยู่ใน 5 อันดับแรกของสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกเลือก โดยเฉพาะธนาคารกลางทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมามีการสะสมทองเพิ่มมาโดยตลอด เพราะทั่วโลกรู้สึกว่าความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์มีความเสี่ยง และสิ่งที่เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดคือทองคำ เห็นได้จากธนาคารกลางของจีนในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีการซื้อทองคำไปแล้ว กว่า 500 ตัน และทุกครั้งที่ราคาทองคำปรับลดลง จะพบว่านักลงทุนสถาบันอย่างธนาคารกลางต่างๆ รวมถึงนักลงทุนรายย่อยจะเข้าซื้อทองคำทันที ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กดดันให้ราคาทองคำปรับลงได้ยาก”
นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า จากสภาพตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งพฤติกรรมลูกค้าในแง่ของการลงทุนและพฤติกรรมลูกค้าในแง่ของการสวมใส่ ล่าสุดออสสิริสจึงรวมบริการต่างๆ เอาไว้ไม่ว่าจะเป็น การออมทอง การลงทุนในทอง และการซื้อทองรูปพรรณ ให้จบครบในที่เดียว เพื่อสามารถเข้าถึงลูกค้าและสามารถตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ด้วยการเปิดร้านแฟลกชิป สโตร์ ในห้างสรรพสินค้าสีลมคอมเพล็กซ์ โดยลูกค้าตอบรับดี โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าประเภทครอบครัว Gen X Gen Y รวมถึง Gen Z คนรุ่นใหม่ที่มีความสนใจเรื่องการลงทุนทองคำเพิ่มขึ้นถึง 60% และภายในปลายปีนี้-ต้นปี 2567 เตรียมจะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการซื้อขายทองคำได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย