สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 ส.ค. 2566 วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดช่วงการซื้อ-ขาย เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศ จากความกังวลอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับ 4.31% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 15 ปี และความกังวลจากการยื่นล้มละลายของบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป
โดยแรงขายหลัก มาจากหุ้น DELTA -4.78% ส่งผลต่อดัชนีราว -4.6 จุด ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,519.12 จุด -9.69 จุด -0.63% มูลค่าการซื้อขาย 56,886.66 ล้านบาท
ส่วนสัปดาห์หน้า คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้น จากความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาล หลังจากพรรครวมไทยสร้างชาติประกาศร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย โดยจะมีการโหวตนายกฯในวันที่ 22 ส.ค.นี้ แต่ยังมีแรงกดดันจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ คาดกรอบดัชนีที่ 1,500-1,550 จุด
ขณะที่ราคาทองคำสัปดาห์นี้ ปรับตัวลงหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,900$/oz โดยทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1,885$/oz หลังสหรัฐประกาศตัวเลขเศรษฐกิจออกมาสูงกว่าคาดการณ์ ทั้งยอดค้าปลีกและดัชนีภาคการผลิตสาขาฟิลาเดเฟียที่ออกมา 0.7% และระดับ 12 ตามลำดับ อีกทั้งแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐทรงตัวเหนือ 3.0% จากตัวเศรษฐกิจของสหรัฐที่แข็งแกร่ง ทำให้ตลาดกลับมากังวลว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง โดยความกังวลดังกล่าวสะท้อนผ่านผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐให้ปรับตัวลงสอดคล้องกับดัชนีดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้นระดับ 103.27 กดดันราคาทองคำ ขณะที่ SPDR เทขาย -15.88 ตัน
ส่วนสัปดาห์หน้าตลาดจับตาการประชุม Jackson Hole และอัตราเงินเฟ้อส่วนบุคคลหรือ Core PCE ของสหรัฐซึ่งคาดปรับตัวขึ้นตามแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วไป หลังเดือนก.ค.ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้น +16%MoM
ฝ่ายวิจัยประเมินว่าราคาทองคำหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,900$/oz ประกอบกับแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐที่ตึงตัวต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำเพิ่มเติม มองราคาทองคำเคลื่อนตัวในกรอบ 1,875-1,930$/oz คำแนะนำซื้อขายตามกรอบที่ให้ไว้