เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลกระทบจากการประกาศสงครามของอิสรเอลกับกลุ่มฮามาส ทำให้ตลาดทองคำ ตลาดเงินและตลาดหุ้น เคลื่อนไหวทั้งเชิงบวกและลบ โดยเฉพาะตลาดทองคำ เคลื่อนไหวในทิศทางบวก ด้วยราคาเปิดตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ปรับขึ้นทันทีบาทละ 400 บาท โดยทองคำแท่งขายออกที่ 32,450 บาท รับซื้อที่ 32,350 บาท ส่วนทองรูปพรรณ ขายออกที่ 32,950 บาท รับซื้อที่ 31,760.20 บาท หลังจากนั้นตลอดวันราคาปรับขึ้นลงรวม 4 ครั้ง ก่อนจะปิดที่ ราคาทองคำแท่งขายออก 32,500 บาท รับซื้อ 32,400 บาท ทองรูปพรรณ ขายออก 33,000 บาท รับซื้อ 31,820.84 บาท ขณะที่ค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยโดยเปิดที่ระดับ 36.94 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 37 บาทต่อดอลลาร์

ด้านตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดภาคเช้าปรับตัวลงทันทีและทำจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 1,423.17 จุด ก่อนจะทยอยปรับขึ้นสลับลง และมาปิดตลาดที่ 1,431.72 จุด ลดลง -6.73 จุด หรือ -0.47% โดยมูลค่าการซื้อขายไม่หนาแน่น หรืออยู่ที่ 47,468.30 ล้านบาท

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ลิเบอเรเตอร์ เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงจากนักลงทุนกังวลต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ที่อาจมีความเสี่ยงบานปลาย ทำให้มีการขายลดความเสี่ยงลงมา แม้เหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลดีต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์ อย่าง หุ้นพลังงาน ทั้งน้ำมันและโรงกลั่น รวมถึงกลุ่มเดินเรือ เป็นต้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะพยุงตลาดเอาไว้ได้ แนวโน้มช่วงบ่ายคาดว่าตลาดฯ น่าจะยังแกว่งในแดนลบต่อ หลังจากปรับลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ของปีนี้

นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย ประเมินทิศทางค่าเงินบาทในช่วงไตรมาส 4/66 ว่า ระดับค่าเงินบาทอยู่ในเกณฑ์อ่อนค่า คาดการณ์ว่าจะอยู่ในกรอบ 35.50-37.00 บาท/ดอลลาร์ โดยปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อค่าเงินบาทในไตรมาสสุดท้าย ทั้งแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่จบ เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ส่งผลต่อค่าเงินหยวนจีนอ่อนค่า และมีผลต่อสกุลเงินในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงค่าเงินบาท รวมถึงปัจจัยในประเทศต่อความกังวลนโยบายรัฐบาลรัฐบาลที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก โดยเฉพาะนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน