นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เปิดเผยผลการสำรวจความเห็นสมาชิกนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนรวม 26 สำนัก โดยคาดการณ์ทิศทางดัชนีราคาหุ้นไทยทั้งปี 2568 เฉลี่ยที่ 1,581 จุด โดยดัชนีต่ำสุดที่ 1,322 จุด และดัชนี ณ สิ้นปี 2568 ประเมินที่ระดับ 1,556 จุด โดยเป็นการประเมินบนสมมติฐานหลักที่ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้ที่ 74.14 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ลดลงจากปี 2567 ซึ่งราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ 81 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่วนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) เฉลี่ยที่ 2.93% โดยต่ำสุดที่ 2.4% และสูงสุดที่ 3.3%

ปี 2568 ปัจจัยที่มีผลบวกต่อดัชนีราคาหุ้นไทย ได้แก่ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศที่คาดว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับลดลง รองลงมาเป็นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) ปี 2568 ที่คาดว่าจะเติบโต 12% หรือมีกำไรต่อหุ้นเฉลี่ยที่ 94.95 บาท จากปี 2567 มีกำไรเฉลี่ยต่อหุ้นที่ 84.61 บาท ตามมาด้วยเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.93% โดยต่ำสุดที่ 2.4% และสูงสุดที่ 3.3% ตลอดจนทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ

ส่วนปัจจัยที่จะส่งผลในด้านลบต่อตลาดทุนไทยในขณะนี้จนถึงสิ้นปี 2568 ได้แก่ ปัจจัยนักลงทุนต่างชาติยังขายหุ้นไทยต่อเนื่องจากปี 2567 ที่ขายหุ้นไทยสุทธิอีกเกือบ 1.5 แสนล้านบาท ทำให้ล่าสุดสัดส่วนนักลงทุนต่างประเทศลดลงเหลือไม่ถึง 30% จากหลายปีก่อนที่มีสัดส่วนกว่า 30% เหตุผลสำคัญมาจากผลตอบแทนจากตลาดหุ้นลดลง เนื่องจากผลประกอบการบจ. ที่ถูกปรับประมาณการลงต่อเนื่อง รวมถึงนักลงทุนต่างชาติดึงเงินออกจากระบบ (QT) นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบด้านการเมืองในประเทศ และปัจจัยการเมืองต่างประเทศ ตลอดจนการลดหรือยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของประเทศสำคัญทั่วโลก

สำหรับคำแนะนำการลงทุน โดยให้กระจายพอร์ดการลงทุน แบ่งเป็น ถือเงินสดและเงินฝากระยะสั้น 10.72% กองทุนตราสารหนี้ 22% หุ้นหรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ 29.56% ลงทุนหุ้นไทยหรือกองทุนหุ้นไทย 22.52% ลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือ REIT 6.9% ทองคำหรือกองทุนทองคำ 8.10% และสินทรัพย์อื่นๆ เช่น Bitcoin 0.20%

อย่างไรก็ดี การลงทุนหุ้นไทย แนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุน ในหมวดธุรกิจค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง ภาคบริการ การท่องเที่ยว เทคโนโลยีและการสื่อสาร ในขณะที่ให้ลดน้ำหนักการลงทุนใน หมวดธุรกิจยานยนต์ พลังงานและปิโตรเคมี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน