สรุปภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 ก.พ. 2568 วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยช่วงเช้าปรับตัวลงต่ำสุดเกือบ 30 จุด หลุด 1,200 จุด จากความกังวลสงครามการค้า หลัง “ทรัมป์” ปธน.สหรัฐ ยืนยันเก็บภาษีนำเข้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ พร้อมขู่เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป
มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่ม Big-Cap ขณะที่ในช่วงบ่ายมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นบางตัว นำโดย CPALL และ GULF ทำให้ดัชนีลดช่วงลบ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,203.72 จุด -12.01 จุด -0.99% มูลค่าการซื้อขาย 74,536.25 ล้านบาท
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่
1. CPALL มูลค่าการซื้อขาย 4,587.92 ล้านบาท ปิดที่ 54.00 บาท เพิ่มขึ้น +1.75 คิดเป็น +3.35%
2. ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 4,161.75 ล้านบาท ปิดที่ 276.00 บาท ลดลง -5.00 คิดเป็น -1.78%
3. PTTGC มูลค่าการซื้อขาย 3,766.66 ล้านบาท ปิดที่ 15.90 บาท ลดลง -0.20 คิดเป็น -1.24%
4. TOP มูลค่าการซื้อขาย 3,214.77 ล้านบาท ปิดที่ 22.80 บาท ลดลง -0.80 คิดเป็น -3.39%
5. BDMS มูลค่าการซื้อขาย 2,725.43 ล้านบาท ปิดที่ 24.20 บาท ลดลง -0.30 คิดเป็น -1.22%
ตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (3-7 มี.ค. 2568) ยังแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับตัวลงแรง ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ มองกรอบดัชนีที่ 1,170-1,230 จุด
บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด