ดูอีกครั้ง! นโยบาย 9 ข้อ ปฏิรูปกองทัพ อนาคตใหม่ ทหารไม่ยุ่งการเมือง

ปฏิรูปกองทัพ อนาคตใหม่

ดูอีกครั้ง! นโยบาย 9 ข้อ ปฏิรูปกองทัพ อนาคตใหม่ ทหารไม่ยุ่งการเมือง

ท่ามกลางกระแสการเมืองร้อนแรง ภายใต้หัวข้อ ปฏิรูปกองทัพ ที่บางพรรคต่างเสนอแนวทางดังกล่าว เช่นเดียวกับพรรค อนาคตใหม่ โดย พล.ท.พงศกร รอดชมภู ผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้กล่าวไว้เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ระบุว่า

พรรคอนาคตใหม่มีนโยบาย 9 ประการ ที่จะสถาปนา หรือ ปฏิรูปกองทัพ ให้เป็นของประชาชน

1.สถาปนาอำนาจของรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ

สร้างระบบ คณะเสนาธิการร่วม ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นผู้บังคับบัญชาของทุกเหล่าทัพ ยกเลิกภารกิจด้านการเมืองที่ตามดูพวกท่าน เลิก ทั้งกองทัพ ทั้ง กอรมน. ปรับเปลี่ยนหลักนิยมและแบบธรรมเนียมทหารเสียใหม่ ต่อไปนี้เราจะต้องไม่เห็นกองทัพมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล

ใครอยากวิจารณ์ ใครอยากทำงานการเมือง เอารูปแบบของเครือจักรภพมาใช้ ก็คือ ต้องออกจากราชการทหารไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี การประกาศกฎอัยการศึก การเคลื่อนย้ายหน่วยทหาร การซื้ออาวุธเป็นเรื่องของรัฐบาลเท่านั้น

2.ปฏิรูปโครงสร้างกองทัพหลัก ให้เป็นกองทัพในศตวรรษที่ 21

เราอยู่ในกองทัพแบบโบราณมานานแล้ว กองทัพแบบศตวรรษที่ 21 ก็เหมือนที่เราเห็นในสงครามอ่าว เราใช้เครื่องไม้เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยแทนกองทัพหรือกำลังพลจำนวนมาก ดังนั้น กำลังพลเราจะลดจาก 330,000 นาย เหลือ 170,000 นายนายพลเราจะลดลง 4 เท่าตัว จาก 1,600 นาย เหลือ 400 นาย

กองทัพในศตวรรษที่ 21 คือเราจะไม่ใช้กำลังพล ยุทโธปกรณ์จำนวนมากมายไปทุ่มเทกับการรบแบบไร้จุดหมาย แต่เราจะใช้เพียงง่ายๆ เช่น ขีปนาวุธ 1 ลูก ปืนใหญ่อัตตาจร คือปืนใหญ่ที่เคลือนที่ไปได้เอง ติด GPS 1 ชุด สามารถทำลายเป้าหมายและจบภารกิจเลย

3.เรื่องการสนับสนุนภายในกองทัพ

เหล่าทัพท่านดูแลกำลังพลให้มีความพร้อม มีการฝึก มีการอบรมศึกษาให้เข้มข้น ส่วนการส่งกำลังบำรุง นำมาไว้ที่กระทรวงกลาโหมให้เป็นระบบเดียวกัน ทุกวันนี้มันหลายระบบ หลายแบบหลายอย่าง โทรศัพท์ตามกันก็ยังไม่ค่อยจะได้ เราให้เป็นระบบเดียวกัน ถ้าเป็นระบบเดียวกันจะเกิดอะไรขึ้นครับ มันประหยัด มีประสิทธิภาพ แล้วเราจะลดงบประมาณลงได้อีก 10 – 20% ครับ

4.ยกเลิกการเกณฑ์ทหารแบบปัจจุบัน

กองทัพในศตวรรษที่ 21 เราต้องการคนที่มีความรู้ มีความสามารถ มีความชำนาญ ไม่ใช่เป็นใครที่มาจากไหนก็ไม่รู้ เราจะต้องใช้คนเหล่านี้เพื่อการรบแบบทันสมัย ดังนั้นเราจะเอาระบบแบบสหรัฐอเมริกาหรือยุโรป ก็คือ เยอรมนีมาใช้ โดยการอาสาสมัครเข้ามา จะมีการเกณฑ์เมื่อมีสงครามเท่านั้น

สิ่งที่เกิดตามมาก็คือ เราจะมีทหารที่มีความชำนาญ เพราะว่าท่านจะรับราชการ 5 ปี ต่อได้อีก 5 ปี ระหว่างรับราชการจะมีทุนการศึกษาให้ จะมีการฝึกหนัก ทำงานหนักจริง แต่ก็มีทุนการศึกษาให้ ออกไปแล้วยังได้ทุนไปประกอบอาชีพอีกด้วย ส่วนใครที่อยากจะต่อ จากเป็นพลอาสาสมัครแล้วเนี่ย จะต่อเป็นนายสิบก็ได้ จนถึงระดับพันโทหรืออายุไม่เกิน 45 ปี

ถ้าเป็นอย่างนี้ ประมาณกว่าครึ่งของกองทัพจะเป็นคนหนุ่มคนสาว คนที่มีความเข้มแข็ง มีความฉลาด มีความรู้มีความชำนาญ และมีความกระฉับกระเฉงกว่าที่เราเห็นอยู่ปัจจุบันนี้ ส่วนท่านที่มีลูกหลาน อยากจะมาเป็นทหาร จะมีโควต้าให้ ระบบนี้มาจากสหรัฐอเมริกา ก็คือไปฝึกตอนปิดภาคเรียนและรับราชการเหมือนนักเรียนเหล่าทุกประการ วิธีการนี้เราจะต้องใช้การฝึกที่มีระบบ มีคุณภาพและมีมาตรฐาน

ดังนั้นเราจะใช้หลักความเท่าเทียมกัน เราจะยกเลิกการฝึก ร.ด. เราจะใช้การฝึกอย่างเข้มข้นและใช้การฝึกนี้ให้เกิดความมีมาตรฐานเดียวกัน ให้ความรู้ด้านประชาธิปไตย ด้านประเพณีทหาร เราจะต้องไม่เห็นทหารอำพรางยศ อำพรางชื่อ อำพรางสังกัด วิ่งไปวิ่งมาอยู่ทั่ว เราจะต้องไม่เห็นทหารเข้าโจมตีศาสนสถาน เราจะต้องไม่เห็นทหารเข้าโจมตีโรงพยาบาล เราจะต้องไม่เห็นทหารโจมตีพลเรือนที่ปราศจากอาวุธอีกต่อไป

5.งบประมาณ

โครงสร้างที่เปลี่ยนนี้จะทำให้เราประหยัดงบประมาณปีละ 50,000 ล้านบาท เรื่องสำคัญ ซื้ออาวุธต่อไปนี้ เปิดเผยหมด เราทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้ ง่ายนิดเดียว เชิญพวกท่าน เชิญประชาชน เชิญสื่อมวลชน เข้ามาพิจารณาสเป็ก พิจารณาราคาอาวุธ เพราะว่าอาวุธต่างๆ ที่ซื้อขายในโลกไม่ใช่ความลับ มันเปิดเผยได้ ทำไมต้องซื้อของแพง ทำไมต้องซื้อของด้อยคุณภาพ ทำไมต้องซื้อของที่ไม่มีใครใช้

ส่วนการใช้ การซื้อภายในของเราเอง คือ ครุภัณฑ์ ต่อไปนี้เราเลิกใช้เงินสด เราใช้เครดิต แล้วไปซื้อในร้านของทางราชการทหาร ซึ่งมีหลักประกันว่า ของทุกชิ้นมีคุณค่าสมราคา ดังนั้นเราจะไม่ใช้วิธีการประมูลแบบปัจจุบันซึ่งเราจะได้แต่ของไม่ดีราคาแพง เลิก!

6.ชดเชยงบประมาณให้ทหาร

อย่าไปทำให้เขา (ทหาร) จน จะหมดกำลังใจในการต่อสู้ ประเทศในยุโรปจะใช้งบประมาณ 2% ของ GDP ตรงนี้เป็นเงินที่เราต้องหาเพิ่มอีกแสนห้าหมื่นล้านบาท ฟังแล้วไม่ไหว จะเอามาจากไหนกันละนี่

ไม่ยากครับ ให้กระทรวงกลาโหมรวบรวมสินทรัพย์ของกองทัพทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน มีอะไรบ้าง? มีที่ดินของทหาร มีคลื่นวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ มีกิจการกีฬา เยอะแยะไปหมด อย่าให้มันเป็นเบี้ยหัวแตก เอามารวมกันสร้างมูลค่าเพิ่ม เมื่อสร้างมูลค่าเพิ่มมันจะมีเงินเพียงพอ แล้วเอาไปให้เป็นสวัสดิการชั้นผู้น้อย ผู้ปฏิบัติการในพื้นที่เสี่ยงภัย เสี่ยงชีวิตให้กับเรา อันที่สองถ้าเหลือ ไปทำกิจการอื่นๆ ที่จำเป็น และสุดท้ายเราส่งคืนคลังถ้ามีเงินเหลือพอ

นี่ก็คือเรื่องของการปรับปรุงงบประมาณ มีทั้งลดลงและเพิ่มขึ้นด้วยการใช้เงินนอกงบประมาณ ด้วยการเอาสินทรัพย์ที่มีมาบริหาร

7.สวัสดิการกำลังพล

กำลังพลต้องการการทำงานที่สบายใจ ครอบครัวเขาต้องมีความสุข พลทหารในปัจจุบันเมื่อออกไปทำงาน เมื่อเสียชีวิตหรือพิการ ครอบครัวลำบากเพราะเขาไม่ใช่ข้าราชการ นี่คือตัวอย่างชัดๆ เลย ดังนั้นเราต้องเอาเงินเมื่อสักครู่นี่ละครับมาซื้อประกันภัยให้เขา ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ครอบคลุมถึงครอบครัว

สมมุติเขาพิการหรือบาดเจ็บ เราก็หาทุนให้เขาเปลี่ยนอาชีพใหม่ ไม่ใช่ต้องไปเดินขายล็อตเตอรี่ ทายาทก็ให้เรียนจนจบการศึกษาแล้วกลับมาดูแลครอบครัวซึ่งเคยเสียสละให้กับชาติบ้านเมือง

8.อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ท่านทราบไหมครับว่าประเทศอย่างอินเดีย อุตสาหกรรมป้องกันประเทศแต่ก่อนเขาไม่ได้เรื่องเลย เขาก็อดทนใช้ สุดท้ายเขาขายออกได้ ประเทศเราซื้ออย่างเดียว เราควรจะต้องเปลี่ยน มีการวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคเอกชน เพื่อจะขายอาวุธต่างๆ ขายอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่ใช้ได้ให้กับกองทัพ อีกหน่อยเราก็ส่งออกได้ หรือกิจการอวกาศ

ท่านทราบไหมครับว่าตอนนี้ประเทศไทยเรายิงจรวดขึ้นไปเหนือชั้นบรรยากาศได้ เราต่อยอดให้เขาได้ไหม เอาระบบต่างๆ มาใช้ เราก็จะมีกิจการอวกาศเหมือนประเทศที่เขาเจริญแล้ว หาเงินเข้าประเทศได้ การมีเทคโนโลยีของตัวเองคืออะไร มันคือความลับของเรา และเราก็จะยืนด้วยขาของตัวเองได้

9.ยุติระบบอุปถัมภ์ เส้นสายในกองทัพ

ประการแรกต้องให้กองทัพถอนตัวออกจากเรื่องทางการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการกลับกรมกอง ถอนตัวออกจากการเป็นคณะกรรมการต่างๆ ถอนตัวออกจากการเป็นคณะกรรมการระดับชาติ ซึ่งเป็นคณะกรรมการนโยบายและจะมาควบคุมประชาชน เลิก!

ในกองทัพเราเปลี่ยนเลย ระบบอุปถัมภ์เราเลิก ให้ผู้ประเมินและผู้ถูกประเมินไม่รู้จักกัน เห็นแต่วิธีการบันทึกว่าทำงานอย่างไร เอาประวัติทั้งหมดมาดูกัน เลือกมา 3 คน / 1 อัตรา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นนายพล ส่งให้คณะเสนาธิการร่วมดู ดูเสร็จแล้วเลือกมา เลือกเสร็จส่งให้รัฐสภาเพื่อให้การรับรอง เพื่อให้ทหารมาจากรัฐสภา จากนั้นก็แต่งตั้งได้

แล้วยังมีจเรทหารทั่วไปซึ่งมาจากรัฐสภาแต่งตั้งมา ระบบนี้เป็นของสหรัฐฯ เขาจะมาดูแลกิจการของทหาร ดูแลความเป็นธรรมให้ทหาร ถ้าเป็นแบบนี้ได้เนี่ย ทหารก็จะรู้สึกได้รับความเป็นธรรม ได้รับการดูแลให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น

ประเด็นสุดท้ายของเรื่องนี้ก็คือว่า ถ้าท่านเป็นผู้บังคับการกรม ท่านเป็นผู้อำนวยการรบ เพราะว่าระดับกรม คือตัวปฏิบัติการรบ เขาจะต้องแต่งตั้งรองของเขา แต่งตั้งผู้พันของเขาเอง ปัจจุบันนี้มาจากไหนก็ไม่รู้ เพื่อวางแผนยึดอำนาจบ้าง วางแผนสืบทอดอำนาจบ้าง

เราต้องเลิก ให้เขาเป็นคนดูแลของเขาเอง ให้เขาทำทีมเวิร์กของเขาเอง เขาจะทำงานได้เอง แบบนี้จะมีความเป็นหน่วย และประสบความสำเร็จ ไม่เกิดความแตกแยกอย่างปัจจุบัน

ทั้งหมดทั้งปวงที่ผมพูดมา ทั้งหมด ตั้งแต่เราปฏิรูปกองทัพให้เป็นของประชาชน ตั้งแต่สถาปนาอำนาจพลเรือนเหนือกองทัพ ตั้งแต่ให้กองทัพเป็นกองทัพในศควรรษที่ 21 เพื่ออะไร? ก็เพื่อให้กองทัพเราสามารถยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับกองทัพนานาชาติได้อย่างสง่าผ่าเผย มีศักดิ์ศรี สามารถยืนหยัดเป็นตัวแทนประเทศไทยในเวทีต่างประเทศ

คนไทยจะไม่มีความรู้สึกว่าทหารเป็นศัตรูของเราอีกต่อไปทหารจะไม่ยึดอำนาจเพราะว่าระบบถูกจัดไว้อย่างดี เหมือนประเทศเกาหลีใต้ สุดท้ายเราเห็นชัดเจนว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศจะเจิญเติบโตอย่างก้าวกระโดดครับ


อ่านที่มา ปฏิรูปกองทัพ โดยพลโทพงศกร รอดชมภู

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

บทความก่อนหน้านี้ด.ญ.14 เจอครอบครัวแล้ว ยังนิ่งเงียบ แม่ดีใจลูกปลอดภัย เผยไม่โกรธ พร้อมให้อภัย
บทความถัดไปคาร์ดิฟฟ์ ร้องช่วยสอบกรณี ซาลา ย้ายทีม – ชี้เอเย่นต์นักเตะส่อพิรุธ