นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความสนใจ และประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น สำหรับ “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” ซึ่งเครือมติชนได้ผนึกกำลังร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) สถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย วิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ร่วมเจาะลึกศึกการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน ครบทุกมิติ ผ่าน 5 เวที 10 ยุทธศาสตร์ 2 กลยุทธ์

เริ่มจากเวทีแรก “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 ต่อด้วย เวทีที่ 2 “วิเคราะห์ เลือกตั้ง’66 ในวันที่ 20 มีนาคม 2566 เวทีที่ 3 “ฟังเสียง New gen บทใหม่ประเทศไทย” ในวันที่ 31 มีนาคม 2566 และเวทีที่ 4 “เวทีเสียงประชาชน : นโยบายที่ใช่-สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำ” ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และในที่สุดก็ถึงเวลาชี้ชะตาประเทศไทยกับเวทีโค้งสุดท้ายที่ยิ่งใหญ่ “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 2 พฤษภาคม 2566 เวลา 12.00-17.15 น. ณ รอยัล พารากอนฮอลล์ สยามพารากอน

นับเป็นไฮไลต์ “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” ที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการจัดเวทีร่วมกันเป็นครั้งแรก ระหว่างสื่อใหญ่ทั้งสองค่าย คือเครือเดลินิวส์และเครือมติชน โดยจะได้พบกับขุนพลเลือดใหม่ (Young blood) ขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะมาประชันกันอย่างดุเดือดในสมรภูมิศึกเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในครั้งนี้

เลือกตั้ง มติชน

ก่อนที่ “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” จะเริ่มขึ้น กลุ่มสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์ ได้ร่วมมือกันจัดงานแถลงข่าวขึ้น ในวันที่ 25 เมษายน เวลา 14.00 น. ที่ชั้น G บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้บริหารเครือมติชน นำโดย น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายวรศักดิ์ ประยูรศุข รองประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นายจำลอง ดอกปิก บรรณาธิการ กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน และ ร่วมกับผู้บริหารเครือเดลินิวส์

นำโดย นางประพิณ รุจิรวงศ์ นางสิริวรรณ พันธุ์ปรีชากิจ และนายปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ เข้าร่วมงาน ท่ามกลางสื่อมวลชนในเครือมติชนและเดลินิวส์ร่วมสัมภาษณ์อย่างคับคั่ง ซึ่งนับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างกลุ่มสื่อในเครือมติชนและเดลินิวส์ หลังจากที่มีการร่วมกันทำโพลเลือกตั้ง’66 ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยกันถึง 2 ครั้ง

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 เมษายน 2566 ชั้น G บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) นางประพิณ รุจิรวงศ์ กรรมการบริหารหนังสือพิมพ์เดลินิวส์และเดลินิวส์ออนไลน์ เปิดเผยถึงความสำเร็จของโพล มติชน X เดลินิวส์ ที่ผ่านมา ว่า ต้องขอบคุณท่านผู้อ่านที่ให้การสนับสนุนในการทำโพลครั้งนี้ ทำให้ได้รับการตอบรับเป็นจำนวนมาก และครั้งต่อไปที่การทำโพลในรอบที่ 2 คิดว่าจะได้รับการสนับสนุนจากท่านผู้อ่านเป็นอย่างดี สำหรับผู้อ่านที่ยังไม่ได้ส่งแบบสำรวจนั้น สามารถส่งมาได้ที่ช่องทางของเดลินิวส์และมติชน

ด้าน น.ส.ปานบัว บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” ถือว่าทั้ง 4 เวทีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จ และกำลังจะมีเวทีสำคัญที่เครือมติชน และเดลินิวส์ จัดร่วมกันคือ “สงคราม 9 พรรค The Last War” ซึ่งเป็นไฮไลต์ครั้งสำคัญที่สุด โดยมติชนได้เปิดตัวโครงการหรือแคมเปญ ที่เรียกว่า มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โครงการดังกล่าว ประกอบไปด้วยมี 5 เวที 10 ยุทธศาสตร์ออนไลน์ และ 2 กลยุทธ์สิ่งพิมพ์

น.ส.ปานบัว กล่าวว่า เริ่มจากเวทีแรก “ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง” ซึ่งโฟกัสเกี่ยวกับนโยบายของแต่ละพรรค เวที่ที่ 2 เป็นเวทีวิเคราะห์ เปรียบเทียบผลคะแนนการเลือกตั้งปี 62 กับการเลือกตั้งครั้งนี้ รวมถึงการแบ่งเขตใหม่ ซึ่งมติชน ได้นำประเด็นเข้าสู่สาธารณชน ซึ่งก็เกิดการแบ่งเขตขึ้น ส่วนเวทีที่ 3 เป็นเวทีคนรุ่นใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่ ม.ธรรมศาสตร์ และได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี สำหรับเวทีที่ 4 เป็นการฟังเสียงประชาชน ฟังคำแนะนำ ข้อเรียกร้องจากภาคประชาสังคม เอกชน เป็นและผู้นำท้องถิ่นที่คลุกคลีกับปัญหาจริง ๆ นับเป็น 4 มิติที่ผ่านมา แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่สู้เวทีไฮไลต์ คือ เวทีที่ 5 ที่จะจัดร่วมกันเป็นครั้งแรก ระหว่างเครือมติชนและเดลินิวส์

“เวทีที่ 5 เรียกว่า สงคราม 9 พรรค The Last War ซึ่งเวทีนี้ จะระดมทั้งคนรุ่นใหม่ ขุนศึก ขุนพล ระดมมาเพื่อย้ำยุทธศาสตร์และจุดยืนอย่างเต็มที่ เนื่องจากใกล้ถึงเวลาเลือกตั้ง การฟังข้อมูลจากเรา เพื่อให้โค้งสุดท้ายของทุกท่าน สามารถตัดสินใจได้ เวทีนี้เป็นการร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างมติชนและ เดลินิวส์ หากจะถามว่าสำคัญขนาดไหน ก็คือสำคัญมากจน มติชน และเดลินิวส์ ร่วมมือกัน ทำทั้งโพลและเวทีกิจกรรม เพื่อให้ทุกท่านได้รับประโยชน์การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นสูงสุด ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนประเทศ เป็นอนาคตของพวกเราทุกคนด้วย” น.ส.ปานบัว กล่าว

น.ส.ปานบัว กล่าวว่า ส่วนเวทีวิเคราะห์ผลโพลเลือกตั้ง ซึ่งจะจัดในวันที่ 5 พฤษภาคมเป็นเวทีพิเศษ ที่ต้องจัดเวทีดังกล่าว เพราะผลโพลมีความสำคัญมากๆ หลังจากการโพลรอบที่ 1 ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก จึงมีการจัดเวทีวิเคราะห์ผลโพลให้ทุกคนได้ฟัง เพราะเมื่อจะเลือกตั้งอยู่แล้ว อะไรที่เราทำได้ที่เป็นสาระสำคัญในแง่มุมคนทำสื่อเราทำเต็มที่ โดยได้แบ่งตัวเลข อย่างละเอียดและครอบคลุม คนโหวตและฐานโพลที่ใหญ่ที่สุดในระดับประเทศ ตัวสุดท้ายมองว่าสำคัญที่สุด คือ วิเคราะห์ให้อย่างเจาะลึก เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับคนติดตามของเครือมติชน เดลินิวส์ และบุคคลทั่วไป

นายจำลอง กล่าวว่า เวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” จัดขึ้นในวันอังคาร ที่ 2 พ.ค.ที่ รอยัล พารากอนฮอลล์ ที่ห้างสรรพสินค้าพารากอน ชั้น 5 เวลา 12.00 – 17.15 น. เต็มอิ่ม จุใจถึง 5 ชั่วโมงเต็ม โดยมีทั้ง 9 พรรค ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคพลังประชารัฐ ได้พร้อมใจกันส่งตัวแทนมาสู้ศึก ร่วมนำเสนอนโยบาย-ไม้เด็ด ประชันกันครั้งใหญ่ที่สุด

โดยจะเริ่มจากรอบเวที “Young blood วัดอนาคต” เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากพรรคการเมือง ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวหน้าใหม่ที่ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่มีความรู้ ความสามารถ มีความเข้าใจและสามารถถ่ายทอดนโยบายของพรรคในมุมมองที่สดใหม่ จุดประกายความหวัง และการทำงาน การเมืองเชิงสร้างสรรค์ ทิศทางใหม่ๆ ซึ่งเหมาะสมสำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต โดยมีผู้ร่วมประชันในครั้งนี้ได้แก่ น.ส.สิริลภัส กองตระการ พรรคก้าวไกล, น.ส.รัดเกล้า สุวรรณคีรี พรรครวมไทยสร้างชาติ, นายเมธี อรุณ พรรคประชาธิปัตย์, น.ส.สกาวใจ พูนสวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย, นายอิทธิเดช สุพงษ์ พรรคภูมิใจไทย, นายปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคไทยสร้างไทย, นายอาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ พรรคชาติไทยพัฒนา, น.ส.วิเวียน จุลมนต์ พรรคชาติพัฒนากล้า และนายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา พรรคพลังประชารัฐ

นายจำลอง กล่าวว่า ต่อมาเป็นรอบเวที “ขุนศึก ประจัญบาน” ซึ่งถือเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน หรือผู้แทนที่เป็นบุคคลสำคัญในพรรคการเมือง ที่สามารถนำเสนอประเด็นหลักที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์ – นโยบาย ในช่วงโค้งสุดท้าย และพร้อมที่จะดีเบต โต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้ ทั้งในประเด็นการเมือง – เศรษฐกิจ – สังคม โดยตัวแทนพรรคจะได้รับโอกาสในการ สื่อสารถึงจุดแข็ง จุดขาย ทีเด็ดในแต่ละนโยบาย และประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ ขุนศึกที่เป็นตัวแทนทั้ง 9 พรรค อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคก้าวไกล, นายเกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทย, นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคภูมิใจไทย, น.ต.ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, นายชาติชาย พยุหนาวีชัย พรรคชาติไทยพัฒนา, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคชาติพัฒนากล้า และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ

นายจำลอง กล่าวว่า ส่วนรอบสุดท้ายเป็นรอบเวที “แม่ทัพ วิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม” รอบนี้จะเป็นไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น “แม่ทัพ” ของพรรคจะได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม โดยการนำเสนอถึงสิ่งที่ต้องการจะทำ เพื่อเปลี่ยนให้ประเทศไทยในอนาคตดีขึ้น เนื้อหาครอบคลุม 3 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาประเทศในวันนี้ ทางออกจากปัญหา และประเทศไทยในอนาคตภายใต้การนำของพรรคการเมืองของท่าน

ในรอบนี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของทั้ง 7 พรรค ได้แก่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า จะแสดงวิสัยทัศน์เพื่อเรียกคะแนนให้ได้มากที่สุดว่า ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 แล้วจะทำอะไร ทำอย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อประเทศไทยก้าวไปสู่บทใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืนที่สุด ทั้งนี้ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม สงคราม 9 พรรค The Last War ได้ทุกช่องทางของสื่อมติชนและเดลินิวส์

ด้านนายปารเมศ กล่าวถึงเวทีวิเคราะห์ผลโพลเลือกตั้งของมติชนเดลินิวส์ ในวันที่ 5 พฤษภาคมนี้ ว่า ขณะนี้ประชาชนยังสามารถร่วมโหวตได้ในรอบที่สอง โดยเป็นการโหวตที่คล้ายกับการเลือกตั้งจริง ที่มีทั้ง ส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อยากได้ใครเป็นนายกฯ และส.ว.ควรเลือกนายกฯ จากพรรคที่ได้คะแนนที่สุดหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าคะแนนของโพลที่ออกมาน่าจะมีคะแนนใกล้เคียงกับผลเลือกตั้งมาก นอกจากนี้ เรายังมีนายอัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาเป็นผู้วิเคราะห์ผลโพล ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากทางเดลินิวส์ และมติชน ที่จะมาสนับสนุนข้อมูล จึงคิดว่าเป็นผลโพลที่น่าสนุก และอยากจะเชิญชวนผู้ชม ผู้อ่านจากทั้งสองเครือให้ช่วยกันโหวตโพลครั้งนี้ เพื่อจะได้เป็นแนวทางในการจัดตั้งรัฐบาล

สำหรับ มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย : “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” ในครั้งนี้ ทั้ง 9 พรรค ได้แก่ พรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า และพรรคพลังประชารัฐ ได้พร้อมใจกันส่งตัวแทนมาสู้ศึก ร่วมนำเสนอนโยบาย-ไม้เด็ด ประชันกันครั้งใหญ่ที่สุด

เริ่มจากรอบเวที “Young blood วัดอนาคต” เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้แทนจากพรรคการเมือง ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวหน้าใหม่ที่ลงสนามเลือกตั้งเป็นครั้งแรก แต่มีความรู้ ความสามารถ มีความเข้าใจและสามารถถ่ายทอดนโยบายของพรรคในมุมมองที่สดใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความหวัง และการทำงาน การเมืองเชิงสร้างสรรค์ ทิศทางใหม่ๆ ซึ่งเหมาะสมสำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยในอนาคต โดยมีผู้ร่วมประชันในครั้งนี้ได้แก่ สิริลภัส กองตระการ พรรคก้าวไกล, รัดเกล้า สุวรรณคีรี พรรครวมไทยสร้างชาติ, เมธี อรุณ พรรคประชาธิปัตย์, สกาวใจ พูนสวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย, อิทธิเดช สุพงษ์ พรรคภูมิใจไทย, ปณิธาน ประจวบเหมาะ พรรคไทยสร้างไทย, ดร.อาชวิทธิ์ เจิงกลิ่นจันทน์ พรรคชาติไทยพัฒนา, วิเวียน จุลมนต์ พรรคชาติพัฒนากล้า และระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา พรรคพลังประชารัฐ

ต่อมาเป็นรอบเวที “ขุนศึก ประจัญบาน” ซึ่งถือเป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน หรือผู้แทนที่เป็นบุคคลสำคัญในพรรคการเมือง ที่สามารถนำเสนอประเด็นหลักที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์ – นโยบาย ในช่วงโค้งสุดท้าย และพร้อมที่จะดีเบต โต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ ได้ ทั้งในประเด็นการเมือง – เศรษฐกิจ – สังคม โดยตัวแทนพรรคจะได้รับโอกาสในการ สื่อสารถึงจุดแข็ง จุดขาย ทีเด็ดในแต่ละนโยบาย และประเด็นที่น่าสนใจอื่นๆ ขุนศึกที่เป็นตัวแทนทั้ง 9 พรรค อาทิ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ พรรคก้าวไกล, เกียรติ สิทธีอมร พรรคประชาธิปัตย์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ พรรคเพื่อไทย, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคภูมิใจไทย, ศิธา ทิวารี พรรคไทยสร้างไทย, ชาติชาย พยุหนาวีชัย พรรคชาติไทยพัฒนา, อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี พรรคชาติพัฒนากล้า และชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ พรรคพลังประชารัฐ

และรอบสุดท้ายเป็นรอบเวที “แม่ทัพ วิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม” รอบนี้จะเป็นไฮไลต์ที่ห้ามพลาด เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็น “แม่ทัพ” ของพรรคจะได้ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม โดยการนำเสนอถึงสิ่งที่ต้องการจะทำ เพื่อเปลี่ยนให้ประเทศไทยในอนาคตดีขึ้น เนื้อหาครอบคลุม 3 เรื่อง ได้แก่ ปัญหาประเทศในวันนี้ ทางออกจากปัญหา และประเทศไทยในอนาคตภายใต้การนำของพรรคการเมืองของท่าน

ในรอบนี้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของทั้ง 7 พรรค ได้แก่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย, วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า จะแสดงวิสัยทัศน์เพื่อเรียกคะแนนให้ได้มากที่สุดว่า ถ้าได้เป็นนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566 แล้วจะทำอะไร ทำอย่างไร ภายในระยะเวลาเท่าไหร่ เพื่อประเทศไทยก้าวไปสู่บทใหม่ที่เข้มแข็งและยั่งยืนที่สุด

“สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” นับเป็นบทสรุป และเจาะลึกศึกการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์อย่างรอบด้าน ครบทุกมิติ ของ “มติชน : เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย” ซึ่งการเลือกตั้ง “ครั้งประวัติศาสตร์” ในครั้งนี้อาจพลิกโฉมหรือเปลี่ยนบริบทของประเทศไทย ทั้งนี้ก็อยู่ที่เสียงของประชาชนทั้งประเทศ

ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมเวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR” ได้ทุกช่องทางในเครือมติชน และเดลินิวส์

ทั้งนี้ ช่องทางการถ่ายทอดสดสามารถรับชมได้ทาง Facebook : Matichon Online / Matichon tv / The Politics / Khaosod / Khaosod English / Prachachat / มติชนสุดสัปดาห์ / Dailynews – เดลินิวส์ออนไลน์ Youtube : Matichon tv / Khaosod Tv / Matichon Online / ประชาชาติธุรกิจ / มติชนสุดสัปดาห์ / DailynewsOnlineOfficial

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน